ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในสังคมไทย เมื่อศาลไม่ให้ประกันตัว “แอล” เหตุใช้ความรุนแรงในครอบครัว หวั่นไปยุ่งเหยิงกับพยาน ทำให้หลายคนตื่นตัวกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กรณีนี้เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีคำสั่งชัดเจนไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา เนื่องจากพฤติกรรมอันตรายและผลกระทบต่อสังคม
ศาลไม่ให้ประกันตัว “แอล” เหตุใช้ความรุนแรงในครอบครัว
จากรายงานเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว เร่งล่าตัวนายนพรัตน์ หรือ “แอล” จีนโต อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความตื่นตระหนกจนต้องปิดโรงเรียน 17 แห่งในอำเภอลาดหลุมแก้ว เหตุเริ่มต้นจากการทำร้ายร่างกายภรรยา และยิงรถกู้ภัยทางหลวงในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ก่อนหลบหนีมาบ้านพักใน ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ที่นั่น “แอล” ใช้อาวุธปืนจี้พ่อตาขึ้นรถกระบะ เพื่อเรียกร้องให้ภรรยามาพบ เพราะโกรธที่ถูกแจ้งความ
ขั้นตอนการดำเนินคดี
พนักงานสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี ศาลอนุญาตฝากขัง 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. – 2 มี.ค. 2569 “แอล” ยื่นขอประกันตัว แต่ศาลปฏิเสธ เพราะเห็นว่าการกระทำก่อผลกระทบวงกว้าง ใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว ผู้เสียหายและตำรวจคัดค้าน หากปล่อยตัวอาจยุ่งเหยิงพยานหรือก่อเหตุร้ายอื่น
ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง
- มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- พาอาวุธปืนไปในเมือง ทาง หรือส่วนทาง โดยไม่มีเหตุอันควร
- ข่มขืนใจผู้อื่นโดยใช้ความรุนแรงหรือขู่เข็ญด้วยอาวุธ
- หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
- บุกรุกเคหสถานกลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่ด้วยอาวุธ
ข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและอันตรายของผู้ต้องหา ทำให้ศาลต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อปกป้องสังคม
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
กรณีศาลไม่ให้ประกันตัว “แอล” เหตุใช้ความรุนแรงในครอบครัว เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว (DV) ในประเทศไทย ซึ่งตามสถิติจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 20,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ความรุนแรงมักเริ่มจากเรื่องเล็กๆ แต่หากไม่แก้ไขอาจลุกลามถึงขั้นใช้ปืนหรืออาวุธ สังคมไทยต้องตื่นตัวมากขึ้น ด้วยการส่งเสริมกฎหมายป้องกัน DV และให้ความรู้เรื่องสิทธิผู้เสียหาย
นอกจากนี้ การตัดสินของศาลยังเป็นเครื่องยืนยันว่าความยุติธรรมให้ความสำคัญกับการปกป้องพยานและผู้เสียหาย หากปล่อยตัวผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมแบบนี้ อาจนำไปสู่เหตุซ้ำรอยได้ สะท้อนถึงระบบยุติธรรมที่เข้มแข็ง
บทเรียนจากกรณีนี้
1. ผู้เสียหายควรกล้าแจ้งความและขอความช่วยเหลือทันที
2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งติดตามและป้องกันไม่ให้ผู้ร้ายหลบหนี
3. สังคมต้องลดตีตราผู้เสียหาย และสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือ เช่น สายด่วน 1300
ในมุมมองของผู้เขียน กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่กระทบสังคมทั้งหมด เราควรส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความเคารพและไม่ยอมจำนนต่อความรุนแรง หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญปัญหานี้ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เรียกร้องให้คุณ: แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้?
ที่มา – ศาลไม่ให้ประกันตัว “แอล” เหตุใช้ความรุนแรงในครอบครัว หวั่นไปยุ่งเหยิงกับพยาน


