“ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก
ในยุคที่เศรษฐกิจเผชิญความท้าทายมากมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ประกาศนโยบายสำคัญที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชนและภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพลดราคาข้าวและผลักดันการส่งออก ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและยั่งยืน นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังเสริมศักยภาพการค้าของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก
นโยบาย “Quick Big Win” นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์รวดเร็วและมีนัยสำคัญ โดยมี 7 ด้านหลักที่ครอบคลุมปัญหาหลักๆ ของเศรษฐกิจไทย ข้อแรกคือการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อสรุปความตกลงว่าด้วยภาษีตอบโต้ไทย-สหรัฐฯ (ART) ภายในเดือนธันวาคม 2568 การเจรจานี้ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงปรับปรุงกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้สินค้าไทยได้รับสิทธิลดภาษีตอบโต้ 19% แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ แต่ไม่กระทบต่อกระบวนการนี้ และคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีและสภาเห็นชอบก่อนลงนาม
การค้าชายแดนและลดค่าครองชีพ
ด้านที่สองมุ่งแก้ปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านการจัดมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ สนับสนุนค่าขนส่งสินค้าฟรี 100 บาทต่อชิ้น ร่วมกับไปรษณีย์ไทย และเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดูแลค่าครองชีพโดยร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่ง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเปิดเผยราคายาก่อนชำระเงิน ประชาชนสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อนอกโรงพยาบาลได้ คาดว่าจะช่วยลดรายจ่ายได้ปีละกว่า 32,400 ล้านบาท นี่คือส่วนสำคัญของ “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพราคาถูกลง
สำหรับด้านที่สาม คือการเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) และบุกตลาดใหม่ โดยตั้งเป้าปิดการเจรจากับเกาหลีใต้ในปีนี้ และขยายตลาดไปยังตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงแอฟริกาใต้ อินเดีย และเวียดนาม การบุกตลาดใหม่เหล่านี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสส่งออก
รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร
นโยบายที่สี่เน้นการดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นหัวใจของเกษตรกรไทย จะเร่งผลักดันการส่งออกข้าวให้ได้ 1 ล้านตันในระยะสั้น ผ่านการขายรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน 500,000 ตัน MOU กับสิงคโปร์ 100,000 ตัน และเจรจากับญี่ปุ่นให้คงโควตานำเข้าอย่างน้อย 300,000 ตัน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเชิงรุกก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก จึงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับเกษตรกรที่ต้องการความช่วยเหลือ
ด้านที่หกคือการเสริมแกร่ง SME และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ผ่านการสนับสนุนเข้าถึงตลาดใหม่ พัฒนาศักยภาพด้วยเทคโนโลยี และสินเชื่อพิเศษ สุดท้าย ด้านที่เจ็ดมุ่งปรับกฎระเบียบและใช้เทคโนโลยี เช่น นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลทางการค้า ขยายช่องทางขายออนไลน์ และปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ
จากข้อมูลของกรมการค้าภายใน โรงพยาบาลเอกชนเครือใหญ่ๆ เช่น ธนบุรี เกษมราษฎร์ และอื่นๆ ได้ร่วมมือแล้ว คาดเริ่มมาตรการเปิดเผยราคายาได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ขณะที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดคณะเจรจาธุรกิจกับจีน เวียดนาม อินเดีย และเชิญผู้นำเข้าจากสหรัฐฯ มาจับคู่ธุรกิจ คาดว่าการส่งออกปีนี้จะโต 6-7% มูลค่าทะลุ 12 ล้านล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ แม้เป้าหมายเดิมจะอยู่ที่ 2-3%
นโยบายเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของนางศุภจีที่มุ่งเน้นผลลัพธ์รวดเร็ว หากประชาชนและผู้ประกอบการติดตามและมีส่วนร่วม จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับประโยชน์จากนโยบายเหล่านี้ได้ทันที
ที่มา – “ศุภจี” มอบ 7 นโยบาย “Quick Big Win” ลดค่าครองชีพ-แก้ราคาข้าว-ดันส่งออก



