“ศุภจี” เปิดไทม์ไลน์แจง USTR ชี้ 3 สินค้าระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง” เป็นประเด็นร้อนที่นักธุรกิจไทยกำลังจับตามอง หลังจากสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการตรวจสอบภายใต้มาตรา 301 ซึ่งอาจกระทบสินค้าส่งออกหลักของไทย
“ศุภจี” เปิดไทม์ไลน์แจง USTR ชี้ 3 สินค้าระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง”
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาเปิดเผยไทม์ไลน์การชี้แจงต่อสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เกี่ยวกับการไต่สวนมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 โดยชี้ว่าสินค้า 3 กลุ่มหลักที่เสี่ยงได้รับผลกระทบคือ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูง
เหตุผลหลักที่ USTR หันมาสนใจไทยมาจากการเกินดุลการค้าที่พุ่งสูงถึง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์สในปี 2568 เพิ่มจาก 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตในไทยยังต่ำกว่า 60% ติดต่อกัน 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวเต็มที่หลังโควิด-19 สถานการณ์นี้ทำให้สหรัฐฯ มองว่าไทยมี “กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง” ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อนโยบาย Re-shoring หรือการดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ
ไทม์ไลน์ชี้แจงต่อ USTR ที่ “ศุภจี” ประกาศ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษ โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ร่วมด้วยอธิบดีทุกกรม เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบเป็นรายภาคอุตสาหกรรมและหาแนวทางชี้แจง ไทม์ไลน์สำคัญได้แก่:
- 15 เมษายน 2569: ยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR
- 5 พฤษภาคม 2569: เข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
- ภายใน 7 วันหลังการพิจารณา: ยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติม
“ศุภจี” เปิดไทม์ไลน์แจง USTR ชี้ 3 สินค้าระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง” โดยย้ำว่าประเทศไทยแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ถูกตรวจสอบ เช่น ไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ หรือเวียดนาม และไม่มีเงินอุดหนุนส่งออกโดยตรงแบบบังกลadesh ทำให้ไทยมีจุดแข็งในการชี้แจง
ผลกระทบที่อาจเกิดกับ 3 สินค้าระส่ำ
สินค้า 3 กลุ่มที่ USTR จับตา มีดังนี้:
- ยานยนต์และชิ้นส่วน: สินค้าส่งออกหลักของไทย มูลค่าการเกินดุลสูง
- เครื่องจักร: ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก
- ยาง: ไทยเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่
หาก USTR พบว่านโยบายไทย “ไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติ” อาจนำไปสู่การเพิ่มภาษีศุลกากร โดยไม่มีเพดานอัตราภาษี เหมือนกรณีสหรัฐฯ เก็บภาษีจีนสูงถึง 100% ในอดีต อย่างไรก็ตาม นางศุภจี ยืนยันไม่หนักใจ เพราะไทยมีข้อมูลชี้แจงชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นโลคอลคอนเทนต์
สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบผู้ส่งออก แต่ยังส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งประเทศ ผู้ประกอบการควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การส่งออก
ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งสำคัญคือการเร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย เช่น เพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและพัฒนานวัตกรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการการค้าต่างประเทศ ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการค้าอัปเดตล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา!
ที่มา – “ศุภจี” เปิดไทม์ไลน์แจง USTR ชี้ 3 สินค้าระส่ำ “ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง”


