ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว
เกิดเหตุชกต่อยรุนแรงที่ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว ทำให้เด็กและเยาวชนชายหลายรายบาดเจ็บ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายโกมล พรมเพ็ง ออกมาแถลงและสั่งการเร่งด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์นี้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม มีการตรวจค้นจู่โจมเรือนนอนทั้ง 4 หอ หลังได้รับแจ้งว่ามีเด็กบางกลุ่มลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไป โดยพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ยาเส้น และผลตรวจปัสสาวะบ่งชี้สารเสพติดอย่างกัญชา เมทแอมเฟตามีน และเค ในตัวเด็กบางราย การตรวจค้นนี้ทำโดยทีมเจ้าหน้าที่กรมพินิจ ร่วมกับตำรวจ สภ.บางพลี กว่า 30 นาย ทำให้เด็กกลุ่มที่เกี่ยวข้องเสียประโยชน์และเกิดความสงสัยว่ามี "สายข่าว" ในหมู่เด็กด้วยกัน
ปมเขม่นระแวงนำไปสู่การยกพวกตีกัน
จากปมดังกล่าว ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว ระหว่างเด็ก 2 กลุ่ม โดยเด็กผู้ก่อเหตุ 6 รายจากทั้งหมด 20 รายที่รวมตัว ใช้อาวุธช้อนดัดแปลงแทงเด็กอีกกลุ่ม 7 รายที่ถูกสงสัยว่าเป็นผู้แจ้งข่าว ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี โรงพยาบาลบางบ่อ และโรงพยาบาลสมุทรปราการ อาการไม่สาหัส
นายโกมล กล่าวว่าสถานการณ์ควบคุมได้ตั้งแต่เวลา 13.45 น. และได้สั่งคัดแยกเด็กกลุ่มเสี่ยงไปยังหออื่น รวมถึงควบคุมตัวผู้กระทำผิดฝากขังที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ พร้อมให้สอบสวนวินัยและดำเนินคดีตามอายุ หากเกิน 18 ปีลงโทษตามกฎหมายผู้ใหญ่
มาตรการป้องกันหลังเหตุวุ่นวาย
เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ กรมพินิจสั่งประชุมด่วนจัดทำแผนตรวจค้นเพิ่มเติม โดยเฉพาะพื้นที่นอกเรือนนอนที่ยังไม่ได้ตรวจในคืนนั้น นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำความปลอดภัยชีวิตเด็กในความดูแล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกรม
- ตรวจค้นจู่โจมซ้ำในเวลากลางวัน
- คัดแยกเด็กกลุ่มเสี่ยง
- สอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิด
- บันทึกข้อมูลเพื่อป้องกันล่วงหน้า
เหตุการณ์ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว สะท้อนปัญหาการลักลอบสิ่งของต้องห้ามและความขัดแย้งภายในศูนย์ฝึก ซึ่งอาจเกิดจากระบบการดูแลที่ต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ผู้ปกครองและสังคมควรตระหนักถึงความสำคัญของการฟื้นฟูเยาวชนให้กลับตัวได้จริง โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาสะสมจนนำไปสู่ความรุนแรง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ปัญหานี้ชี้ให้เห็นว่าการตรวจค้นเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีโปรแกรมบำบัดจิตใจและกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อลดความระแวงและสร้างความสามัคคี หากไม่แก้ที่ต้นเหตุ อาจเกิดเหตุซ้ำร้ายแรงกว่านี้ได้
ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาเยาวชนในศูนย์ฝึกได้ที่บล็อกของเรา เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม
ที่มา – ศูนย์ฝึกบ้านกรุณาวุ่น เยาวชนยกพวกแทงกัน คาดปมเขม่น ระแวงเป็นสายข่าว

