สคส. ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ข้อมูลหลุดทั่วไป
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อมีการตรวจพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายบัตรประชาชนของคนไทย รวมถึงบุคคลสำคัญระดับประเทศ ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ออกมาให้ข้อมูลชัดเจนว่า เหตุการณ์สคส. ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ข้อมูลหลุดทั่วไป แต่เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบอย่างมีขั้นตอน
เลขาธิการ สคส. ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างร้ายแรง โดยมีการใช้เครื่องมือเพื่อเจาะเข้าถึงฐานข้อมูลที่มีมาตรการป้องกันเฉพาะ ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่านี่ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ข้อมูลหลุดธรรมดา แต่เป็นเรื่องของอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ต้องเร่งจัดการอย่างเร่งด่วน
มาตรการจัดการปัญหา สคส. ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ข้อมูลหลุดทั่วไป
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานที่ชัดเจน ทาง สคส. ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อปูพรมจัดการให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดังนี้:
- ต้นน้ำ (หน่วยงานเจ้าของข้อมูล): สั่งการให้หน่วยงานอย่างกรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง ตรวจสอบระบบและอุดช่องโหว่ทันที พร้อมรายงานเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลให้ สคส. ทราบ เพื่อยกระดับความปลอดภัย
- กลางน้ำ (เครือข่ายมิจฉาชีพ): ร่วมมือกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกระทรวงดิจิทัลฯ ในการกวาดล้างแหล่งซื้อขายข้อมูลเถื่อนและปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงที่ผิดกฎหมาย
- ปลายน้ำ (ผู้เผยแพร่ข้อมูล): ดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลมาโพสต์หรือส่งต่อ เพราะถือเป็นการขยายความเสียหายและเป็นการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ
ด้วยเหตุนี้ การที่ สคส. ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ข้อมูลหลุดทั่วไป จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนและผู้ดูแลเพจต่างๆ ระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณพบเห็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น อย่าได้กดแชร์หรือนำมาเผยแพร่ต่อเป็นอันขาด เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความเดือดร้อนให้กับเจ้าของข้อมูลอีกด้วย
ในฐานะพลเมืองดิจิทัล เราควรตระหนักถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมาย PDPA ให้มากขึ้น หากท่านพบว่าตนเองได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยัง สคส. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายได้ทันที เพื่อช่วยกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นครับ
ที่มา – สคส. ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ “ข้อมูลหลุดทั่วไป” เร่งจัดการ “ต้นน้ำ-ปลายน้ำ”



