เชื่อว่าเกษตรกรหลายท่านคงกำลังติดตามข่าวสารเรื่องราคาปุ๋ยกันอย่างต่อเนื่องนะครับ ล่าสุดมีข่าวดีออกมาจากทางภาครัฐ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้ความมั่นใจเกี่ยวกับ สถานการณ์ปุ๋ยไทยปรับตัวดีขึ้น ทีมไทยแลนด์เกาะติดใกล้ชิด เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรไทยสบายใจได้ว่าปีนี้เราจะมีปุ๋ยใช้เพียงพออย่างแน่นอน
สถานการณ์ปุ๋ยไทยปรับตัวดีขึ้น ทีมไทยแลนด์เกาะติดใกล้ชิด
จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งทางเรือจนทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนปุ๋ย แต่ล่าสุด สถานการณ์ปุ๋ยไทยปรับตัวดีขึ้น ทีมไทยแลนด์เกาะติดใกล้ชิด โดยมีการประสานงานกับ 3 สมาคมปุ๋ยหลักของประเทศ เพื่อปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งและกระจายสินค้าเข้าสู่ไทยได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันปริมาณปุ๋ยในตลาดมีความมั่นคงมากขึ้น และไม่มีสัญญาณการขาดแคลนในขณะนี้
มาตรการดูแลราคาและลดต้นทุนเกษตรกร
นอกจากเรื่องปริมาณแล้ว ภาครัฐยังได้ขับเคลื่อนมาตรการสำคัญเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้เข้าถึงปัจจัยการผลิตในราคาที่เป็นธรรม ได้แก่:
- ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” ใน 40 จังหวัดทั่วประเทศ
- การติดตามสถานการณ์ร้านค้าเพื่อป้องกันการกักตุนหรือจำหน่ายปุ๋ยเกินราคาอย่างเข้มงวด
- วางแผนระยะกลางผ่านโครงการ “ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง” เพื่อใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ความต้องการปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด
- ประสานความร่วมมือกับแหล่งผลิตสำคัญอย่างรัสเซียและจีน เพื่อเป็นทางเลือกในการจัดหาปุ๋ยหากสถานการณ์ตลาดโลกมีความผันผวน
ทางด้านอธิบดีกรมการค้าภายในยังได้ยืนยันว่า ปัจจุบันราคาปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกในไทยค่อยๆ ปรับลดลงตามต้นทุนจริง สอดคล้องกับกลไกการตลาด ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด
ในมุมมองของผู้เขียน มองว่าการที่ภาครัฐและภาคเอกชนทำงานบูรณาการกันแบบนี้เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญมากครับ เพราะการมีปุ๋ยในราคาที่เหมาะสม นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนให้เกษตรกรแล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าเกษตรให้แข่งขันได้ในตลาดโลกอีกด้วย หากเกษตรกรท่านใดพบร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกินราคา สามารถแจ้งร้องเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ทันที เพื่อช่วยกันรักษาความเป็นธรรมให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทยทุกคน
ที่มา – “ศุภจี” ชี้ สถานการณ์ปุ๋ยปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น “ทีมไทยแลนด์” เกาะติดสถานการณ์ต่อเนื่อง




