สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล หลังพบการลอบเผานาข้าวในจังหวัดนครนายก ส่งผลให้เกิดวิกฤตฝุ่นควันปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การเผาพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดนครนายก ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โดยตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) จำนวนมากผิดปกติ ครอบคลุมพื้นที่เสียหายกว่า 13,000 ไร่ ลักษณะการกระจายตัวของจุดความร้อนบ่งชี้ว่าอาจมีการนัดหมายเพื่อเผาพร้อมกัน และสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงได้ง่ายๆ
เนื่องจากสภาวะอากาศตามฤดูกาลในปัจจุบัน กระแสลมยังคงพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือมุ่งหน้าสู่ภาคกลาง ส่งผลให้ฝุ่นควันจากการเผาไหม้ลอยเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยตรง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายลมและมีการระบายอากาศต่ำในช่วงนี้ ทำให้สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
สถานการณ์สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อันประกอบด้วย:
- เด็กและเยาวชน
- สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มคนพิการ
- ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานหรืออาศัยอยู่ในที่โล่งแจ้ง
นอกจากนี้ ประชาชนอีกนับล้านชีวิตที่ไม่สามารถเข้าถึงอากาศสะอาดได้ จำเป็นต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่ดีและอากาศบริสุทธิ์ในสังคม
ผลกระทบต่อสุขภาพจากเหตุสภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล
การเผาในพื้นที่เกษตรส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ การสูดดมฝุ่น PM2.5 ในระยะยาวสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคปอด โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ฝุ่นควันยังส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ยานพาหนะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น
สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จึงขอเรียกร้องและสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เร่งประสานความร่วมมือเพื่อระงับยับยั้งทั้ง “ไฟในทุ่ง” ที่กำลังลุกลาม และ “ไฟแห่งความขัดแย้ง” ที่อาจเป็นต้นตอของปัญหาให้ดับลงโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์และสุขภาวะที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต
การแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเผา และหาแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง การส่งเสริมการทำเกษตรแบบปลอดการเผา การให้ความรู้และสนับสนุนเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่เกษตรกร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ล้วนเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาการเผาและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชน
การที่สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและแก้ไขอย่างจริงจัง เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างอากาศที่ดีขึ้นได้ เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การปลูกต้นไม้ และการสนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ที่มา – สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล


