สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน
ถือเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองระดับโลก เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เพิ่งมีมติผ่านร่างกฎหมายอนุมัติงบประมาณก้อนโตเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อมุ่งเน้นการจัดการปัญหาคนเข้าเมืองโดยเฉพาะ สำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายหลักของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) และหน่วยงานลาดตระเวนชายแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก 3 ปีเต็ม
รายละเอียดงบประมาณภายใต้นโยบาย สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน
การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจ โดยแบ่งออกเป็นส่วนหลักๆ ดังนี้:
- งบสนับสนุน ICE สูงถึง 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- งบสำหรับหน่วยงานลาดตระเวนชายแดนจำนวน 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- งบสำรองกรณีฉุกเฉินอีก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เงินทุนจำนวนมหาศาลนี้จะถูกนำไปใช้สนับสนุนแผนการเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 1 ล้านคนต่อปี โดยมุ่งหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไม่มีสะดุด หลังจากที่ผ่านมาต้องเผชิญกับภาวะชัตดาวน์หน่วยงานรัฐที่ยาวนานและปัญหาความเห็นต่างทางการเมืองอย่างหนัก
แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากฝั่งเดโมแครตเกี่ยวกับความกังวลด้านสิทธิมนุษยชนและการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่พรรครีพับลิกันก็ได้ผลักดันให้การอนุมัติครั้งนี้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนมากขึ้น การผ่านร่างกฎหมายในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการปิดฉากความขัดแย้งที่มีมายาวนานในสภาคองเกรส และเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง
ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่า การที่ สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน ในครั้งนี้ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความมั่นคงของสหรัฐฯ ตลอดจนความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้อพยพในช่วงปีหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า การใช้งบประมาณก้อนนี้จะสัมฤทธิ์ผลตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้หรือไม่
ที่มา – สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน


