สภา กทม. เห็นชอบตั้ง 3 สก. เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน

สภา กทม. ตั้ง 3 สก. สอบปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน

สภา กทม. เห็นชอบตั้ง 3 สก. เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เมื่อสภากรุงเทพมหานครมีการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีร้องเรียนเรื่องการกดบัตรลงคะแนนแทนกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อธรรมาภิบาลและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ล่าสุด สภา กทม. เห็นชอบตั้ง 3 สก. เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ท่ามกลางกระแสสังคมที่เฝ้าจับตามองการทำงานของสมาชิกสภา กทม. ว่าจะสามารถกู้คืนความเชื่อมั่นกลับมาได้มากน้อยเพียงใด โดยการตั้งคณะกรรมการชุดนี้มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น อาทิ ข้อมูลจากกล้อง CCTV และระบบดิจิทัลในการลงคะแนน เพื่อพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวมีมูลหรือไม่

รายละเอียดการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

หลังจากมีการถกเถียงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับรายชื่อคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดความเป็นกลางและได้รับความยอมรับจากทุกฝ่าย ท้ายที่สุดที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการ 3 ท่าน ได้แก่:

  • นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ สก.เขตคลองเตย
  • นายอมรินทร์ สวัสยานุภาพ สก.เขตดินแดง
  • นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สก.เขตลาดกระบัง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงต้องมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบ? คำตอบคือเพราะ สภา กทม. เห็นชอบตั้ง 3 สก. เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน เพื่อเป็นการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 โดยกรรมการชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่ชี้ถูกชี้ผิดโดยตรง แต่มีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อเสนอต่อประธานสภาฯ หากพบว่ามีมูลจริง ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาบทลงโทษตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

สำหรับความกังวลเรื่องความลำเอียง นายสุรจิตต์ หนึ่งในคณะกรรมการได้ยืนยันความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและยึดถือหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ โดยเชื่อว่าความจริงจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสังคม นอกจากนี้ ทางฝ่ายกฎหมายยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า กระบวนการนี้ต้องดำเนินไปตามหลักการที่มีส่วนได้เสียไม่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลการสอบสวนมีความน่าเชื่อถือและไม่ถูกครหาในภายหลัง

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร การที่ สภา กทม. เห็นชอบตั้ง 3 สก. เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน ถือเป็นบททดสอบสำคัญของสภา กทม. ในการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของสถาบัน หากกระบวนการตรวจสอบทำได้อย่างตรงไปตรงมา ก็เชื่อว่าจะช่วยสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสภาฯ ในอนาคต และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าระบบตรวจสอบภายในองค์กรยังมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะจัดการกับความไม่โปร่งใสได้จริง

ที่มา – สภา กทม. เห็นชอบตั้ง 3 สก. เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมกดบัตรแทนกัน ตีกรอบ 60 วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: