'สมชัย' ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

“สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล

ในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้นำหลักฐานสำคัญมาประกาศต่อสาธารณะ สร้างคำถามใหญ่ต่อความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่เป็นประเด็นที่กระทบต่อความลับของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53 ล้านคน

“สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญไอทีสองท่าน ได้แก่ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธุ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี blockchain ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พวกเขาเดินทางมายื่นหลักฐานใหม่ในคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนำไปเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังแจ้งให้ กกต. ตรวจสอบข้อมูลรั่วไหลที่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ

ที่มาของหลักฐานการรั่วไหล

นายสมชัย กล่าวด้วยความตกใจว่า ข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับตรวจสอบการลงคะแนน ได้รั่วไหลออกมา กกต. เคยยืนยันว่าข้อมูลทั้งสามส่วนหลัก ได้แก่

  • บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว
  • ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
  • บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ถูกแยกเก็บอย่างมิดชิด ไม่มีทางรวมกันได้ แต่ตอนนี้บัญชีรายชื่อจากกรมการปกครองรั่วไหลแล้ว ทำให้การเลือกตั้งอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป

นายธนารัตน์ เผยว่า การรั่วไหลเกิดตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการเจาะระบบกรมการปกครอง ข้อมูล 52.9 ล้านรายชื่อถูกนำไปขายในตลาดมืดพร้อมโค้ดเจาะระบบ ในราคาเพียง 200 บาท หลักฐานชัดเจนมาก พวกเขาจึงยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อใช้ในคดีบาร์โค้ด ข้อมูลนี้เข้าถึงยากสำหรับคนทั่วไป แต่ตอนนี้ใครๆ ก็ซื้อได้ และรั่วไหลมานานกว่า 3 สัปดาห์ ก่อนที่กรมการปกครองจะแก้ไขเมื่อ 14 กุมภาพันธ์

การเชื่อมโยงข้อมูลที่อันตราย

นายธรรม์ธีร์ ยืนยันว่าข้อมูลนี้ถูกใช้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนจบ เมื่อรวมกับ QR code และบาร์โค้ดบนบัตรที่สื่อถ่ายไว้ รวมถึงกระดาษจดลำดับเลขผู้มีสิทธิที่กรรมการหน่วยเลือกตั้งแจก (เปรียบเสมือนต้นขั้ว) หากมิจฉาชีพจับคู่ข้อมูลทั้งหมด จะรู้ได้ทันทีว่าผู้ใดเลือกใคร

ตามระเบียบ กกต. กระดาษจดลำดับและเหล็กเสียบถือเป็นวัสดุทั่วไป ไม่ได้เก็บอย่างเข้มงวด จึงเสี่ยงถูกขโมยไปใช้ประโยชน์ สร้างความเสียหายให้ประชาชน 53 ล้านคน พวกเขาจึงเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่าวัสดุเหล่านี้อยู่ครบหรือไม่

ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับคดีบาร์โค้ดที่ยังรอศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน หากข้อมูลรวมกันจริง อาจพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใสและไม่เป็นความลับตามมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญ

การรั่วไหลครั้งนี้เปิดโปงช่องโหว่ด้าน cybersecurity ของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะข้อมูล sensitive อย่างรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งควรปกป้องสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ blockchain เพิ่มความมั่นคงในอนาคต เพื่อป้องกันการโจมตีแบบนี้

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับจะทำลายความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย ประชาชนควรติดตามคดีนี้ใกล้ชิด และเรียกร้องให้หน่วยงานปรับปรุงระบบโดยด่วน หากคุณเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็อย่าลืมตรวจสอบสิทธิตัวเองและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้ดี!

ที่มา – “สมชัย” ยื่นหลักฐานรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล อ้างเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: