กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่หลายฝ่ายมองว่ามีความเหลื่อมล้ำและไม่ตอบโจทย์การพัฒนาฐานราก โดยเฉพาะกรณีที่ สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการดึงเม็ดเงินเข้าสู่ส่วนกลางและลดทอนความสำคัญของงบประมาณพัฒนาจังหวัดอย่างน่าตกใจ
สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ
การอภิปรายในรัฐสภาโดยนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก จากพรรคกล้าธรรม ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับงบเพิ่มขึ้นถึง 33.6% ซึ่งถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดั่ง “กระทรวงลูกเทพ” เพราะการได้รับงบประมาณที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้ ดูเหมือนจะไร้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน จนสร้างความกังขาให้กับประชาชนและผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน
ปัญหาการลดงบพัฒนาจังหวัดที่กระทบต่อพื้นที่
นอกจากประเด็นกระทรวงลูกเทพแล้ว สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการปรับลดงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งลดลงเหลือเพียง 4,200 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 26,000 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นี่คือเหตุผลสำคัญที่ สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ เพราะการกระทำนี้เปรียบเสมือนการรื้อโครงสร้างการกระจายอำนาจ และผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไป “ง้อ” งบกลางแทนที่จะมีการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับท้องถิ่นประกอบด้วย:
- ขาดงบประมาณในการซ่อมแซมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
- เศรษฐกิจฐานรากหยุดชะงัก เนื่องจากงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นถูกตัดลด
- ความไม่เท่าเทียมในการกระจายงบประมาณตามสีทางการเมืองของแต่ละพื้นที่
- ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชนในจังหวัดที่ห่างไกล
ในฐานะประชาชน เราควรจับตามองว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงความคุ้มค่าของการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ได้อย่างไร การที่ สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ นั้นเป็นสัญญาณเตือนว่า หากงบประมาณถูกดึงกลับเข้าส่วนกลางมากเกินไป ความเจริญจะกระจุกตัวและไม่ถึงมือพี่น้องในระดับจังหวัดอย่างแน่นอน ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเน้นย้ำถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ที่มา – สส.พรรคกล้าธรรมตำหนิจัดงบประมาณปี2570 แหกกฎเกณฑ์ชูกระทรวงลูกเทพ


