สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญในรัฐสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทัพ โดยการที่ สส.สหรัฐฯ ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม แต่โดน สว.ปัดตก กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกต่างจับตามอง เพราะนี่คือการวัดพลังกันระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติในช่วงเวลาที่วิกฤตความขัดแย้งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น
สส.สหรัฐฯ ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม แต่โดน สว.ปัดตก เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติด้วยคะแนน 214 ต่อ 208 เสียง เพื่อจำกัดอำนาจในการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงพังทลายลง ส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12 วัน โดยเฉพาะเหตุการณ์สูญเสียทหารสหรัฐฯ ในจอร์แดนที่จุดชนวนให้สถานการณ์บานปลาย
เบื้องหลังการเมืองที่พลิกผัน
แม้ว่าฝั่งสภาล่างจะพยายามคานอำนาจ แต่เมื่อเรื่องไปถึงวุฒิสภา กลับพบว่า สส.สหรัฐฯ ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม แต่โดน สว.ปัดตก โดยผลโหวตออกมาที่ 47 ต่อ 49 เนื่องจาก สว. ฝ่ายรีพับลิกันบางส่วนเปลี่ยนใจไม่สนับสนุนมตินี้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
- ฝ่ายเดโมแครตมองว่าการทำสงครามต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามหลักรัฐธรรมนูญ
- ฝ่ายบริหารของทรัมป์อ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยและการป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม
- ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเลี่ยงกฎหมาย War Powers Act ปี 1973 อาจมีความหมิ่นเหม่ทางข้อกฎหมาย
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าในโลกการเมืองสหรัฐฯ อำนาจในการทำสงครามไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือเกมการคานอำนาจที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง หากสภาคองเกรสต้องการจะยุติความขัดแย้งจริงๆ อาจต้องลงลึกถึงการพิจารณางบประมาณกลาโหมก้อนโตที่กำลังรอการอนุมัติ แทนที่จะเป็นเพียงการออกมติเชิงสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง
คุณคิดว่าอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? การที่อำนาจถูกดึงกลับมาอยู่ที่รัฐสภาจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสงครามใหญ่ได้จริงหรือไม่ หรือมันเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างผลงานในช่วงหาเสียง? มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ครับ
ที่มา – สส.สหรัฐฯ ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม แต่โดน สว.ปัดตก


