สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการพลังงานโลกและความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเพิ่มแรงกดดันอย่างหนักต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายขนส่งน้ำมันไปยังจีน ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเตหะราน
สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง
เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบุคคล 3 ราย และบริษัท 9 แห่งที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมันอิหร่าน โดยบริษัทเหล่านี้กระจายอยู่ในฮ่องกง 4 แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 แห่ง และโอมาน 1 แห่ง ทางการวอชิงตันกล่าวหาว่าพวกเขาช่วยเหลือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งสหรัฐฯ จัดเป็นองค์กรก่อการร้าย ในการขายและขนส่งน้ำมันผ่านบริษัทบังหน้าและธุรกรรมซับซ้อน
รายละเอียดบุคคลและบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร
- บุคคล 3 ราย: เชื่อมโยงกับหน่วยงานน้ำมันชาฮิด ปูร์จาฟารี ของ IRGC รับผิดชอบการชำระเงิน
- บริษัทในฮ่องกง 4 แห่ง: ทำหน้าที่เป็นนอมินีในการรับเงิน
- บริษัทใน UAE 4 แห่งและโอมาน 1 แห่ง: จัดการโลจิสติกส์ขนส่งน้ำมัน
มาตรการนี้ต่อยอดจากการคว่ำบาตรเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ตีเป้าบริษัทโกลเด้น โกลบ ซึ่งช่วย IRGC ขายน้ำมันมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่หยุดกดดันเตหะราน เพื่อตัดแหล่งเงินที่อาจเอาไปพัฒนาอาวุธ นิวเคลียร์ หรือสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในตะวันออกกลาง
บริบทการเมืองระหว่างสหรัฐฯ จีน และอิหร่าน
การคว่ำบาตรเกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์จะพบสี จิ้นผิง เพียงไม่กี่วัน โดยคาดว่าประเด็นน้ำมันอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นหัวข้อสำคัญ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ แม้จะถูกกดดันจากสหรัฐฯ แต่ก็ยังคงซื้อต่อเนื่อง สหรัฐฯ หวังใช้การพบปะนี้ผลักดันให้ปักกิ่งช่วยคลี่คลายวิกฤต โดยเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง
นักวิเคราะห์มองว่า สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเกมการเมืองที่เชื่อมโยงพลังงานโลกเข้ากับความตึงเครียดตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ใช้ OFAC (สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ) ติดตามเครือข่ายซ่อนเร้นของ IRGC อย่างเข้มข้น ทำให้การค้าของอิหร่านลำบากยิ่งขึ้น
ผลกระทบอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน จีนอาจหันไปหาแหล่งอื่น เช่น รัสเซีย ขณะที่อิหร่านเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจหนักขึ้น สหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการนี้ช่วยรักษาความมั่นคงโลก โดยป้องกันไม่ให้เงินน้ำมันไหลไปสู่กิจกรรมก่อการร้าย
ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การกระทำของทรัมป์สะท้อนยุทธศาสตร์ “แรงกดดันสูงสุด” ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยแรก เพื่อบังคับให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจานิวเคลียร์ หากจีนไม่ช่วย สหรัฐฯ อาจมีมาตรการเพิ่มเติมต่อปักกิ่ง
สุดท้ายแล้ว สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง เป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งยังรุนแรง คุณคิดว่าการพบปะครั้งนี้จะคลี่คลายสถานการณ์ได้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด
ที่มา – สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง


