สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการตอบโต้ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) โดยการสหรัฐฯ คว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศและเพิ่มรายชื่อผู้พิพากษาและอัยการที่ถูกคว่ำบาตร
สหรัฐฯ คว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ ตอบโต้เพิ่ม
การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่ ICC เคยออกหมายจับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล และเคยทำการสืบสวนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมและเป็นการคุกคามอำนาจอธิปไตยของชาติ
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อผู้พิพากษา 2 คน และอัยการอีก 2 คนของ ICC การตอบโต้ครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาล ICC ได้ออกหมายจับผู้นำอิสราเอล รวมถึงการสืบสวนที่เคยมีต่อเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ในอดีต
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ศาล ICC ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ และถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำสงครามทางกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีสหรัฐฯ และอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ รวมถึงฝรั่งเศสและองค์การสหประชาชาติ โดยฝรั่งเศสได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ถอนมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ขณะที่ ICC เองก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นการ “โจมตีอย่างโจ่งแจ้ง” ต่อความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการ
ใครบ้างที่โดน สหรัฐฯ คว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศ เพิ่ม?
เจ้าหน้าที่ ICC สี่คนที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเพิ่มเติม ได้แก่ ผู้พิพากษานิโคลาส์ ยานน์ กียู (ชาวฝรั่งเศส), อัยการนาแชต ชามีม ข่าน (ชาวฟิจิ), อัยการมาเม มันดิอาเย เนียง (ชาวเซเนกัล) และผู้พิพากษาคิมเบอร์ลี โพรสต์ โดยทั้งสี่คนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำคดีที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาของ ICC ได้ออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล, นายโยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล และนายอิบราฮิม อัล-มาสรี ผู้นำกลุ่มฮามาส เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยตั้งข้อหาว่าได้ก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการทำสงครามในฉนวนกาซา
นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม 2563 อัยการของ ICC ยังได้เปิดการสืบสวนคดีในอัฟกานิสถาน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะมีการก่ออาชญากรรมโดยทหารอเมริกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2564 ICC ได้ลดบทบาทของสหรัฐฯ ลง และมุ่งเน้นการสืบสวนคดีอาชญากรรมที่กระทำโดยรัฐบาลอัฟกันและทหารตาลีบันแทน
การตัดสินใจของสหรัฐฯ คว่ำบาตรศาลอาญาระหว่างประเทศครั้งนี้ นับเป็นการคว่ำบาตรรอบที่สองที่เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ตัดสินใจคว่ำบาตรผู้พิพากษาของ ICC จำนวน 4 คน
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ คือ การทำงานของทั้งศาลและสำนักงานอัยการอาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการคดีสำคัญต่างๆ รวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียได้ก่ออาชญากรรมสงครามในการรุกรานยูเครน
การตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่อ ICC สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ซับซ้อนในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย ความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงคราม และความเป็นอิสระของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ การแก้ไขความขัดแย้งนี้จึงต้องอาศัยการเจรจาและความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศและสันติภาพโลก
ที่มา – สหรัฐฯ ตอบโต้ศาลอาญาระหว่างประเทศ คว่ำบาตรผู้พิพากษา-อัยการเพิ่ม


