สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และคิวบากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตัดสินใจเดินหน้ามาตรการขั้นเด็ดขาด โดยประกาศสหรัฐฯ คว่ำบาตร ประธานาธิบดีคิวบา-ตระกูลคาสโตร กดดันรัฐบาลคอมมิวนิสต์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่คิวบาเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
ผลกระทบจากการที่ สหรัฐฯ คว่ำบาตร ประธานาธิบดีคิวบา-ตระกูลคาสโตร กดดันรัฐบาล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงเครือญาติของประธานาธิบดีมิเกล ดิอัซ-กาเนล รวมถึงบุคคลสำคัญในตระกูล ‘คาสโตร’ ที่มีอิทธิพลมายาวนาน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าการกดเพิ่มแรงบีบคั้นเป็นหนทางในการผลักดันให้รัฐบาลคิวบาหันมาใส่ใจประชาชนมากขึ้น หลังจากที่ประเทศตกอยู่ในสภาวะอดอยากขาดแคลนพลังงานและทรัพยากรจำเป็น
รายละเอียดมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
มาตรการที่ประกาศออกมานี้มีความเข้มข้นอย่างมาก ซึ่งประกอบไปด้วย:
- การอายัดทรัพย์สินของประธานาธิบดีและสมาชิกครอบครัวที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของสหรัฐฯ
- การคว่ำบาตรองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกองทัพปฏิวัติคิวบา
- การจำกัดการเดินทางและการทำธุรกรรมของเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในรัฐบาลปัจจุบัน
ทางด้านรัฐบาลคิวบาไม่นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ โดยประธานาธิบดีดิอัซ-กาเนล ได้ออกมาตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียว่าการกระทำนี้คือการแทรกแซงที่น่ารังเกียจ และเป็นพยายามยกระดับความขัดแย้งของสหรัฐฯ ในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบาก็ย้ำว่า ประชาชนคิวบาจะยิ่งสามัคคีกันมากขึ้นเพื่อต้านทานแรงกดดันจากภายนอก
หากถามว่าเหตุใดจึงต้องมีการ สหรัฐฯ คว่ำบาตร ประธานาธิบดีคิวบา-ตระกูลคาสโตร กดดันรัฐบาล ในช่วงเวลานี้ คำตอบคือนอกเหนือจากปัญหาการเมืองแล้ว คิวบายังเจอวิกฤตไฟดับยาวนานกว่า 22 ชั่วโมงต่อวัน การขาดแคลน ยารักษาโรค และพายุเฮอร์ริเคนเมลิสซาที่ซ้ำเติมให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวคิวบายากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตการณ์นี้คงเป็นเครื่องพิสูจน์ครั้งสำคัญว่า อิทธิพลของตระกูลคาสโตรจะสามารถยืนหยัดต่อแรงบีบจากมหาอำนาจนานาชาติได้นานแค่ไหน สิ่งที่เราทำได้ในฐานะผู้ติดตามข่าวสารคือคอยจับตาดูว่ารัฐบาลคิวบาจะมีทางออกให้กับประชาชนอย่างไร ก่อนที่ปัญหาด้านมนุษยธรรมจะรุนแรงเกินกว่าจะเยียวยาได้
ที่มา – สหรัฐฯ คว่ำบาตร “ประธานาธิบดีคิวบา-ตระกูลคาสโตร” กดดันรัฐบาลคอมมิวนิสต์


