สหรัฐฯ ปัดข่าวโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติอิหร่าน เตหะรานลั่นจะตอบโต้ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังสร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่ฝีมือของตน แต่ชี้ไปที่อิสราเอลแทน ขณะที่รัฐบาลเตหะรานประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรง สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ปะทุมาตั้งแต่ 28 ก.พ. ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างมาก
สหรัฐฯ ปัดข่าวโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติอิหร่าน เตหะรานลั่นจะตอบโต้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลว่าลอบโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติบางแห่ง โดยเฉพาะแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส (South Pars) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก นี่ถือเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนพลังงานและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีดังกล่าว แต่ปฏิบัติการนี้มาจากอิสราเอล ซึ่งแหล่งข่าวจากอิสราเอลยืนยันกับ CNN ว่ามีการโจมตีโรงงานในเมืองอัสซาลูเยห์ (Asaluyeh) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน แม้เจ้าหน้าที่อิสราเอลบางรายจะระบุว่ามีการประสานงานกับสหรัฐฯ แต่ทางการวอชิงตันก็ปฏิเสธทันที
สหรัฐฯ ปัดข่าวโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติอิหร่าน
การปฏิเสธของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่เรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง สหรัฐฯ เน้นย้ำว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการกระทำเดี่ยวของอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การลดกำลังการผลิตพลังงานของอิหร่านเพื่อตอบโต้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งข่าวอิสราเอลบางแห่งชี้ว่ามีการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองระหว่างสองชาติพันธมิตรนี้
เตหะรานลั่นจะตอบโต้รุนแรง
ทางด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์เตือน “ศัตรู” ให้เตรียมรับการตอบโต้อย่างหนักหน่วง โดยระบุว่าอิหร่านมีสิทธิ์ “ชอบธรรม” ในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของประเทศผู้กระทำผิด เช่น โรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ IRGC ยังเรียกร้องให้ประชาชนและพนักงานในโรงงานเหล่านั้นอพยพออกทันที เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ
แถลงการณ์ของ IRGC ย้ำถึงคำขู่ก่อนหน้านี้ที่เคยประกาศไว้ว่าจะแก้แค้นหากสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานหรือเศรษฐกิจถูกโจมตี นี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเตหะรานในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ
ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก
- ราคาน้ำมันพุ่งสูง: การโจมตีแหล่งเซาท์ พาร์ส ทำให้กำลังการผลิตก๊าซลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 5% ในวันเดียว
- ความไม่แน่นอนในห่วงโซ่อุปทาน: อิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ การหยุดชะงักอาจกระทบประเทศนำเข้าในเอเชียอย่างจีนและอินเดีย
- ความเสี่ยงลุกลาม: หากอิหร่านตอบโต้จริง อาจจุดชนวนสงครามภูมิภาคที่ใหญ่ขึ้น สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องเตรียมรับมือ
สถานการณ์ สหรัฐฯ ปัดข่าวโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติอิหร่าน เตหะรานลั่นจะตอบโต้ นี้ สะท้อนถึงความเปราะบางของภูมิภาคตะวันออกกลางที่พึ่งพาพลังงานเป็นหลัก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาพลังงานอาจผันผวนต่อเนื่องหลายเดือน หากไม่มีการเจรจาสันติภาพ
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้โลกตระหนักถึงความจำเป็นในการกระจายแหล่งพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและการวิเคราะห์เชิงลึก ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – สหรัฐฯ ปัดข่าวโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติอิหร่าน เตหะรานลั่นจะตอบโต้


