สาววัย 25 ร้องถูกนายทุนเงินกู้บังคับเสียตัวขัดดอก อ้างเคลียร์ตำรวจได้หมด

สาววัย 25 ร้องถูกนายทุนเงินกู้บังคับเสียตัวขัดดอก

กรณีสาววัย 25 ร้องถูกนายทุนเงินกู้บังคับเสียตัวขัดดอกกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 น.ส.เอ (นามสมมติ) วัย 25 ปี ซึ่งทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อและเสิร์ฟร้านอาหารชื่อดัง ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ประสานงานเพจ “สายไหมต้องรอด” ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพฯ โดยอ้างว่าถูกนายทุนเงินกู้รายหนึ่งบังคับให้มีเพศสัมพันธ์เพื่อทดแทนดอกเบี้ยที่ค้างชำระ และยังข่มขู่ด้วยภาพลับที่เธอถูกบังคับให้ถ่ายส่งไปตอนกู้เงิน

สาววัย 25 ร้องถูกนายทุนเงินกู้บังคับเสียตัวขัดดอก อ้างเคลียร์ตำรวจได้หมด

เรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 ขณะที่น.ส.เอทำงานเอ็นเตอร์เทนในร้านเหล้าย่านประชาชื่น เธอรู้จักกับนายบี อายุ 32 ปี ชายที่พักย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเซลล์ประกันชีวิตและปล่อยเงินกู้นอกระบบ เมื่อแม่ของเธอป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ต้องใช้เงินเพิ่ม เธอจึงขอกู้เงิน 5,000 บาทในเดือนตุลาคม โดยต้องส่งดอกเบี้ยวันละ 200 บาท แต่ไม่เคยแตะเงินต้นเลย

ขยายหนี้และเงื่อนไขสุดโหด

ต่อมาเดือนพฤศจิกายน 2568 เธอกู้เพิ่มอีก 5,000 บาท รวมเงินต้น 10,000 บาท ดอกเบี้ยพุ่งเป็นวันละ 400 บาท ที่แย่กว่านั้นคือเงื่อนไขพิเศษสำหรับเงินกู้รอบสอง เธอต้องถ่ายภาพและคลิปเปลือยกายส่งให้เพื่อเป็นประกัน! น.ส.เอจำใจทำตามเพราะต้องการเงินส่งให้แม่รักษา

การส่งดอกเบี้ยยังมีกฎโหด หากล่าช้าจากเวลา 17.00 น. ต้องจ่ายเพิ่ม 600 บาท เกินเที่ยงคืน 800 บาท และขาด 1 วันเต็ม จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท ส่งผลให้หนี้พอกพูนอย่างรวดเร็ว

  • ดอกเบี้ยปกติ: วันละ 400 บาท
  • ล่าช้า 17.00 น.: +600 บาท
  • ล่าช้า 00.00 น.: +800 บาท
  • ขาด 1 วัน: +1,000 บาท

จุดแตกหัก: บังคับเสียตัวและข่มขู่

ต้นเดือนมีนาคม 2569 น.ส.เอขาดส่งดอก 4 วัน นายบีบุกมาหาถึงห้องเช่าย่านประชาชื่น ต่อว่าและบังคับให้มีเพศสัมพันธ์เพื่อ “ขัดดอก” เธอจำยอมเพราะไม่มีเงินจริงๆ ครั้งต่อมา ต้นเดือนเมษายน ขาดส่งปลายมีนาคม นายบีบังคับอีก แต่คราวนี้เธอไม่ยอม นายบีจึงข่มขู่จะเผยแพร่ภาพและคลิปลับ รวมถึงขู่ว่าจะขายหนี้ให้เจ้าหนี้รายอื่นที่โหดกว่านี้

ที่น่ากลัวคือ นายบียังอ้างว่านายทุนตัวจริงเป็นตำรวจ “ไปแจ้งความที่ไหนก็เคลียร์ได้หมด ตำรวจช่วยไม่ได้” ทำให้เธอไม่กล้าแจ้งความ จนต้องร้องเพจช่วยเหลือ

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เชื่อว่านายบีอาจแอบอ้างเพื่อข่มขู่ และจะพาน.ส.เอไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีทุกข้อหา ทั้งข่มขู่ ล่วงละเมิดทางเพศ และดอกเบี้ยเกินอัตรา

อันตรายจากเงินกู้นอกระบบ

กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาเงินกู้นอกระบบที่ระบาดในไทย ดอกเบี้ยสูงเกิน 15% ต่อปีผิดกฎหมาย พ.ร.บ.เงินกู้ พ.ศ. 2524 และการบังคับเสียตัวถือเป็นการข่มขู่กระทำความร้ายแรง ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 (ข่มขู่) และมาตรา 276 (ข่มขืนกระทำชำเรา) นอกจากนี้ การเรียกภาพลับยังเข้าข่ายแบล็คเมล์

หลายคนตกเป็นเหยื่อเพราะเดือดร้อนด่วน แต่สุดท้ายยิ่งแย่ ทางออกคือใช้บริการกู้ถูกกฎหมายจากธนาคารหรือแอปที่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบดอกเบี้ยให้ชัด และบันทึกหลักฐานทุกอย่าง หากถูกขู่ อย่ากลัว รีบแจ้งตำรวจหรือหน่วยช่วยเหลืออย่างเพจสายไหมต้องรอด

กรณีสาววัย 25 ร้องถูกนายทุนเงินกู้บังคับเสียตัวขัดดอกนี้ สะท้อนปัญหาสังคมที่ต้องแก้ไขด่วน อย่าให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิดตกเป็นเหยื่อ หากมีปัญหาคล้ายกัน รีบติดต่อตำรวจหรือองค์กรช่วยเหลือทันที เพื่อปกป้องสิทธิ์และหยุดวงจรนี้

คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงเงินกู้นอกระบบ ใช้บริการธนาคารรัฐหรือกองทุนหมู่บ้านแทน จะปลอดภัยกว่า

ที่มา – สาววัย 25 ร้องถูกนายทุนเงินกู้บังคับเสียตัวขัดดอก อ้างเคลียร์ตำรวจได้หมด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: