สิริพงศ์ ผลักดันขนส่งสาธารณะไทย-เกาหลี เดินหน้าเชื่อมความร่วมมือด้านคมนาคมระหว่างสองประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ปลอดภัย และตอบโจทย์การเดินทางของประชาชนมากขึ้น การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลีของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเข้าร่วมการประชุม GICC 2026
เป้าหมายสำคัญคือการนำประสบการณ์จากเกาหลีมาปรับใช้กับประเทศไทย โดยเฉพาะระบบตั๋วร่วม ระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ระบบอาณัติสัญญาณ และเทคโนโลยีขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งล้วนมีบทบาทต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารในเมืองที่มีการเดินทางหนาแน่น หากระบบต่าง ๆ เชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็จะสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น ลดระยะเวลาในการเปลี่ยนเส้นทาง และลดความยุ่งยากจากการใช้บัตรโดยสารหลายรูปแบบ
สิริพงศ์ ผลักดันขนส่งสาธารณะไทย-เกาหลี สู่ระบบตั๋วร่วม
ในการหารือกับบริษัท S-Traffic Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของเกาหลีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคมนาคมอัจฉริยะ มีการนำเสนอเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางหลายด้าน ทั้งระบบจัดเก็บค่าโดยสารของรถไฟฟ้า หรือ Automatic Fare Collection ระบบรักษาความปลอดภัยของรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ และระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ หรือ Smart Tolling
เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยให้หน่วยงานคมนาคมบริหารจัดการข้อมูลการเดินทางได้แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันผู้โดยสารก็ได้รับความสะดวกจากการชำระค่าโดยสารที่รวดเร็วและปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ร่วมกับระบบขนส่งอัจฉริยะ หรือ ITS ยังช่วยวิเคราะห์ปริมาณผู้โดยสาร คาดการณ์ความหนาแน่นของเส้นทาง และวางแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
สิริพงศ์ ผลักดันขนส่งสาธารณะไทย-เกาหลี ผ่านความร่วมมือด้านเทคโนโลยี
ช่วงบ่าย คณะของนายสิริพงศ์ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการการขนส่งเขตมหานครของเกาหลี หรือ Metropolitan Transport Commission รวมถึงผู้แทนจาก Korea Land & Housing Corporation และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งแห่งสาธารณรัฐเกาหลี หรือ MOLIT การประชุมมุ่งเน้นการเร่งจัดทำและลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทยกับ MOLIT
ภายใต้ MOU ดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายเตรียมผลักดันความร่วมมือหลายด้านให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
- การพัฒนาระบบตั๋วร่วมที่สามารถใช้กับระบบขนส่งสาธารณะหลายประเภท
- การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการรถไฟฟ้าและรถโดยสาร
- การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งตามแนวคิด Transit-Oriented Development หรือ TOD
- การศึกษาแนวทางนำเทคโนโลยี AI และ ITS มาเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
- การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านรถโดยสารด่วนพิเศษ หรือ BRT
- การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือระบบตั๋วร่วมของเกาหลี ซึ่งพัฒนาจากการใช้เฉพาะรถไฟฟ้าบางสาย ก่อนขยายให้ครอบคลุมกรุงโซลและระบบขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประสบการณ์ดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับประเทศไทย เพราะปัจจุบันผู้โดยสารยังต้องพบกับข้อจำกัดจากบัตรโดยสารและระบบชำระเงินที่แตกต่างกันในแต่ละผู้ให้บริการ
หากประเทศไทยสามารถพัฒนาตั๋วร่วมให้ใช้งานได้จริงกับรถไฟฟ้า รถโดยสาร เรือ และระบบขนส่งรูปแบบอื่น ผู้โดยสารจะวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรหลายใบหรือเติมเงินในหลายระบบ นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องต่อรถหลายช่วงเพื่อเดินทางไปทำงาน เรียนหนังสือ หรือทำธุระในเมือง
ประโยชน์ที่ประชาชนคาดหวังจากระบบขนส่งอัจฉริยะ
ความร่วมมือระหว่างไทยกับเกาหลีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดซื้อเทคโนโลยี แต่ยังครอบคลุมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ การวางแผนนโยบาย และการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การนำแนวทางจากเกาหลีมาปรับใช้จำเป็นต้องพิจารณาสภาพเมือง พฤติกรรมผู้โดยสาร โครงสร้างค่าโดยสาร และกฎหมายของประเทศไทยควบคู่กันไป
ระบบขนส่งที่ดีควรเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง มีตารางเดินรถที่ตรงเวลา มีข้อมูลแบบเรียลไทม์ และมีช่องทางชำระเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย การออกแบบสถานีและพื้นที่โดยรอบก็ควรคำนึงถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และผู้ที่มีสัมภาระ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้อย่างเท่าเทียม แนวคิด TOD ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่รอบสถานีมีทั้งที่อยู่อาศัย ร้านค้า สำนักงาน และบริการสาธารณะ ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์ส่วนตัว
สำหรับโครงการ BRT ของเกาหลี ไทยสามารถนำบทเรียนด้านการจัดช่องทางเดินรถ การบริหารจุดจอด การเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า และการประชาสัมพันธ์มาใช้พัฒนาระบบที่เหมาะกับเมืองไทยได้ การมีรถโดยสารที่รวดเร็วและเชื่อถือได้จะช่วยเติมเต็มระบบรางในพื้นที่ที่ยังไม่มีรถไฟฟ้าเข้าถึง และอาจเป็นทางเลือกที่ใช้เงินลงทุนต่ำกว่าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
นายสิริพงศ์ระบุว่า การหารือกับ S-Traffic และ MOLIT เป็นประโยชน์ต่อการนำองค์ความรู้ของเกาหลีมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย พร้อมเตรียมประสานงานเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาร่าง MOU ให้แล้วเสร็จก่อนการเยือนของประธานาธิบดีเกาหลีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ความคืบหน้าดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจในการกระชับความสัมพันธ์ด้านคมนาคม และผลักดันความร่วมมือให้เห็นผลจริงต่อประชาชน
โดยสรุป สิริพงศ์ ผลักดันขนส่งสาธารณะไทย-เกาหลี เป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบเดินทางไทย การมีตั๋วร่วมและเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกันจะช่วยให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกหน่วยงานเดินหน้าร่วมกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง หากทำได้ตามเป้าหมาย ระบบขนส่งสาธารณะไทยก็มีโอกาสก้าวสู่มาตรฐานสากลและเป็นมิตรกับประชาชนมากกว่าเดิม
ที่มา – “สิริพงศ์” ถกร่วมมือไทย-เกาหลี ผลักดันระบบขนส่งสาธารณะ – ตั๋วร่วม




