“สุชาติ” สั่งรับมือ “สภาวะเอลนีโญ” อาจลากยาวถึง ม.ค. 2570
เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้สภาพอากาศของโลกเรามีความแปรปรวนอย่างหนัก ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาให้ความสำคัญและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมรับมือกับ “สุชาติ” สั่งรับมือ “สภาวะเอลนีโญ” อาจลากยาวถึง ม.ค. 2570 หลังจากมีรายงานจากหน่วยงานระดับโลกอย่าง NOAA และ ECMWF ยืนยันว่า มีโอกาสสูงมากที่โลกจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงกลางปี 2569 นี้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมได้หากเราจัดการไม่ดีพอ
ผลกระทบที่คนไทยต้องเตรียมตัวรับมือ
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า เมื่อ “สุชาติ” สั่งรับมือ “สภาวะเอลนีโญ” อาจลากยาวถึง ม.ค. 2570 สิ่งที่ตามมาคือปริมาณฝนที่น้อยลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เราอาจจะไม่ได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นเหมือนปีก่อนๆ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของภัยแล้งและการเปลี่ยนทิศทางของพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร
เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ กรมลดโลกร้อนจึงได้เดินหน้าพัฒนาฐานข้อมูลภูมิอากาศความละเอียดสูง เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยวางแผนและป้องกันภัยพิบัติเชิงรุก โดยมีการตั้งศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อแชร์ข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (Climate Risk Map) ในระดับตำบล ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าพื้นที่ไหนมีความเปราะบางต่อภัยแล้งหรือน้ำท่วมบ้าง
ประโยชน์ของการมีฐานข้อมูลระดับสูงและแผนที่ความเสี่ยง ได้แก่:
- การบริหารจัดการน้ำอย่างแม่นยำ: ทำให้ภาครัฐสามารถชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงได้ทันที
- ความมั่นคงทางอาหาร: ช่วยเกษตรกรวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ
- การผังเมืองที่ยืดหยุ่น: ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้น
ท้ายที่สุด การที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับเรื่องนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ใช่แค่เรื่องของหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องใส่ใจและปรับตัวให้เท่าทันสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป การมีข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความเสียหายน้อยที่สุดครับ
ที่มา – “สุชาติ” สั่งรับมือ “สภาวะเอลนีโญ” อาจลากยาวถึง ม.ค. 2570





