สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวที่ทำให้หลายคนต้องเตรียมใจกันหน่อยแล้วล่ะครับ เพราะ สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน ต้นทุนพุ่งกระฉูด และการขนส่งล่าช้าแบบสุดๆ วันที่ 20 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ถึง 5 แห่ง ส่งหนังสือแจ้งคู่ค้าอย่างเป็นทางการ แนะนำให้สต็อกสินค้าล่วงหน้าและวางแผนรับมือตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป
สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับ “ขึ้นราคาสินค้า” สงครามกระทบวัตถุดิบขาด – ต้นทุนเพิ่ม
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ลุกลาม ส่งผลกระทบหนักหน่วงต่อราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ พลาสติก ขวด หรือวัตถุดิบอื่นๆ ผู้ผลิตหลายรายบอกว่าตอนนี้ supply chain เริ่มสะดุด เส้นทางขนส่งทางทะเลและอากาศเสี่ยงล่าช้า ทำให้ต้อง lock สัญญากับ supplier ล่วงหน้าและเพิ่มสต็อกให้มากขึ้น แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ ก็สุดอั้นจริงๆ ต้องแจ้งปรับราคาเพื่อรักษาความยั่งยืนของธุรกิจ
รายชื่อผู้ผลิตรายใหญ่ที่แจ้งแล้ว
- เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย): แจ้งสถานการณ์ F&N ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่ม ติดตามใกล้ชิด ปรับเส้นทางขนส่งสำรอง เพิ่มสต็อกวัตถุดิบ แนะลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าเพื่อป้องกันขาดแคลน
- เนสท์เล่ (ไทย): ซัพพลายเออร์แจ้งวัตถุดิบไม่พอ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อย่างซอง ขวดพลาสติก จากราคาน้ำมันพุ่ง อาจส่งสินค้าไม่ทันตั้งแต่เมษายน จะส่งทีมซัพพลายเชนไปคุยแผนรับมือ
- ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง: เผชิญต้นทุนวัตถุดิบและขนส่งสูงขึ้นทุกกลุ่มสินค้า เร่งผลิตและเพิ่ม safety stock ในเดือนมีนาคม แนะร้านค้าสต็อกเพิ่ม แม้จะกระทบผู้บริโภคแต่ยังมีโปรโมชั่นลดราคาต่อไป
- เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC): ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคหลายกลุ่ม เครื่องใช้ครัวเรือน ของใช้ส่วนตัว อาหารเครื่องดื่ม เสี่ยงวัตถุดิบจำกัดและราคาขึ้น คาดกระทบเมษายน แนะจัดสต็อกเพิ่ม
- สหพัฒนพิบูล (Sahapat): ต้นทุนผลิตสูงขึ้นทั้งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ขนส่ง อาจผลิตและส่งล่าช้า แต่กำลังแก้ไขทุกทาง แนะสต็อกล่วงหน้าและขออภัยในความไม่สะดวก
เห็นมั้ยครับว่า สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ทุกบริษัทต่างพยายามเต็มที่เพื่อตรึงราคาให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดของผลกระทบ เพราะสถานการณ์ยังคลุมเครือ แต่สิ่งที่แน่นอนคือเราต้องเตรียมตัว
ผลกระทบที่คาดการณ์และวิธีรับมือ
สำหรับเจ้าของร้านค้าหรือผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญคือการวางแผนล่วงหน้า เช่น
- ประเมินความต้องการสินค้าของลูกค้าใน 1-3 เดือนข้างหน้า แล้วสั่งสต็อกเพิ่มทันที
- ติดต่อตัวแทนขายเพื่อสอบถามโปรโมชั่นหรือส่วนลดสต็อกใหญ่
- กระจายแหล่งนำเข้าสินค้าหรือหาซัพพลายเออร์ทางเลือก
- ปรับราคาขายปลีกแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ลูกค้าช็อก
ส่วนผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ควรสต็อกของใช้จำเป็นไว้บ้าง เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน หรือนมเด็ก ที่อาจกระทบหนัก แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไปนะครับ เพราะภาครัฐและผู้ผลิตกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ในมุมมองผม สงครามครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า supply chain โลกเชื่อมโยงกันขนาดไหน แม้ไทยจะอยู่ไกลแต่ก็พลอยเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรายใหญ่เหล่านี้ส่วนใหญ่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง น่าจะผ่านพ้นไปได้ถ้าสถานการณ์คลี่คลายเร็วๆ นี้
คำแนะนำสุดท้าย: ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้าน ลองเช็คสต็อกและสั่งเพิ่มวันนี้เลยครับ หรือถ้าคุณผู้บริโภค คิดเห็นยังไงกับเรื่อง สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับขึ้นราคาสินค้า แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างกันหน่อยนะ ช่วยกันติดตามข่าวอัพเดท!
ที่มา – สุดอั้นผู้ผลิตรายใหญ่ แจ้งจะปรับ “ขึ้นราคาสินค้า” สงครามกระทบวัตถุดิบขาด – ต้นทุนเพิ่ม


