จากกรณีที่นายศุภชัย สิงคาลวานิช หัวหน้าทีมทนายความของวัดพระบาทน้ำพุ ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจมีผู้นำใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกตไปผูกกับบัญชีพร้อมเพย์เพื่อรับเงินบริจาค โดยพุ่งเป้าไปที่อดีตไวยาวัจกรของวัด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด หลานของอดีตไวยาวัจกรได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว
หลานอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ มองทนายโยนผิดให้คนตาย
หลานชายของนายธนชัย ไม้ประดับ อดีตไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองไม่ต้องการมองว่าการกระทำของทนายความเป็นเหมือนการโยนความผิดให้กับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากทางครอบครัวไม่ได้มีปัญหากับทางวัดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าคำพูดดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเข้าใจไปในทิศทางนั้น
ความจริงน่าจะอยู่ในมูลนิธิมากกว่า
หลานชายอดีตไวยาวัจกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อตั้งมูลนิธิต้องอาศัยเจ้าหน้าที่และข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การสอบถามข้อมูลจากคนเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรตรวจสอบเอกสารการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อหาที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด เขามั่นใจว่าคำตอบของเรื่องนี้ น่าจะอยู่ในมูลนิธิมากกว่าที่จะอยู่ที่ลุงของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ การที่ทนายออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ และอาจส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดได้
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ เรื่องของการนำใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกตไปผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความจริงปรากฏและคลายข้อสงสัยของสังคม การออกมาให้ข้อมูลของทนายความวัดพระบาทน้ำพุ จึงควรเป็นไปอย่างระมัดระวังและมีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
นอกจากการตรวจสอบเรื่องการเงินแล้ว การบริหารจัดการภายในมูลนิธิก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป หากมีการพบความผิดปกติหรือข้อบกพร่องใดๆ ก็ควรมีการแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อรักษาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของวัดพระบาทน้ำพุ
ความจริงในเรื่องนี้ยังคงต้องรอการพิสูจน์และตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างโปร่งใส เพื่อให้วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่พึ่งของสังคมต่อไปได้ และยังคงเป็นที่พักพิงของผู้ยากไร้ต่อไป
คดีนี้ยังคงเป็นที่สนใจของประชาชน และต้องติดตามกันต่อไปว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป
การออกมาให้ข้อมูลของหลานชายอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ ในครั้งนี้ ทำให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของเรื่องราว และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะสรุปหรือตัดสินใจใดๆ ก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแสวงหาความจริง และการดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่ศรัทธาของประชาชนต่อไป
ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร การเปิดเผยความจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน
ที่มา – หลานอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ มองทนายโยนผิดให้คนตาย


