อดีตเลขาฯ ส่วนตัวนายกฯ มาเลเซีย ถูกตั้งข้อหารับ-ติดสินบน

อดีตเลขาฯ นายกฯ มาเลเซีย โดนข้อหารับสินบน

อดีตเลขานุการส่วนตัวอาวุโสของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม และนักธุรกิจคนดัง ยื่นคำให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาต่อศาลในคดีรับและเสนอสินบนรวม 8 กระทง มูลค่ากว่า 176,829 ริงกิต (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) เชื่อมโยงกับการอนุมัติสัมปทานสำรวจแร่ในรัฐซาบาห์ ด้านศาลอนุญาตประกันตัว พร้อมสั่งห้ามยุ่งกับพยาน

สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซีย รายงานว่า อดีตเลขานุการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม คือนายชัมซุล อิสกันดาร์ มูฮัมหมัด อากิน วัย 50 ปี และนักธุรกิจ อัลเบิร์ต เตย์ เจียนเฉิง วัย 37 ปี ให้การปฏิเสธต่อข้อหาเกี่ยวกับการให้และรับสินบนรวมมูลค่า 176,829.03 ริงกิตมาเลเซีย (ราว 1,374,263 บาท) ต่อหน้าศาลชั้นต้นกัวลาลัมเปอร์วันนี้ (4 ธ.ค.)

นายชัมซุล ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเลขานุการการเมืองอาวุโสของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ถูกดำเนินคดี 4 ข้อหาตามกฎหมายปราบปรามทุจริต มาตรา 17(ก) โดยทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการรับเงินสด เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากนายเตย์ เพื่อช่วยประสานงานอนุมัติใบอนุญาตสำรวจแร่ในรัฐซาบาห์

ข้อกล่าวหาแรกระบุว่าเขายอมรับเงินสด 100,000 ริงกิต จากนายเตย์ที่ลานจอดรถโรงแรมมาเจสติก ในกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 24 พ.ย. 2023 ในข้อหาที่สอง เขาถูกกล่าวหาว่ารับเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่า 14,580.03 ริงกิต เมื่อ 31 ม.ค. 2024 ที่บ้านพักย่านบูกิตบันดารายา ต่อมาในข้อหาที่สาม เขาถูกกล่าวหาว่ารับเงินสดอีก 40,000 ริงกิตเมื่อ 29 ม.ค. ปีที่แล้ว และข้อหาที่สี่เป็นเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่า 22,249 ริงกิต

ด้านนายเตย์ก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาการให้สินบนในช่วงระหว่าง พ.ย. 2023 ถึง มี.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าเท่ากัน โดยเขาถูกนำตัวขึ้นศาลพร้อมกับชัมซุลในช่วงเช้า ทั้งคู่ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ปราบปรามทุจริตมาเลเซีย (MACC)

หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด นายชัมซุลอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี พร้อมค่าปรับไม่น้อยกว่า 5 เท่าของมูลค่าสินบน หรืออย่างน้อย 10,000 ริงกิต ศาลกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 8 ม.ค. โดยอนุญาตให้ประกันตัว 150,000 ริงกิต พร้อมเงื่อนไขให้รายงานตัวต่อ MACC เดือนละครั้ง ส่งมอบหนังสือเดินทาง และห้ามยุ่งเหยิงพยานฝ่ายโจทก์

MACC เปิดเผยว่าทั้งสองจะถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมในศาลชาฮ์อาลัมในวันศุกร์นี้ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยรายอื่น โซเฟีย รีนี บุยอง ผู้ถูกระบุว่าเป็นตัวแทนของชัมซุล ถูกจับกุมเมื่อคืนวันพฤหัสบดี แต่จะไม่ถูกตั้งข้อหา เนื่องจากถูกจัดเป็นพยานฝ่ายโจทก์

ก่อนการเลือกตั้งรัฐซาบาห์เมื่อ 29 พ.ย. เว็บไซต์มาเลเซียกินี รายงานว่านายเตย์กล่าวหาว่าได้โอนเงินรวม 629,000 ริงกิตให้นายชัมซุล เพื่อใช้ปรับปรุงบ้าน ซื้อซิการ์ และตัดสูท โดยข้อมูลนี้เผยแพร่ไม่นานหลังจากนายชัมซุลประกาศลาออก จากกรณีเกี่ยวกับหนังสือรับรองประกอบการประมูลโครงการของรัฐ จนสร้างแรงกระเพื่อมในช่วงท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งรัฐซาบาห์ ซึ่งพันธมิตรปากาตัน ฮาราปัน ของนายกฯ อันวาร์ คว้าได้เพียง 1 จาก 22 ที่นั่งที่ลงแข่ง

รายงานระบุว่านายเตย์มีความขัดแย้งรุนแรงกับพรรครัฐบาลท้องถิ่น Gabungan Rakyat Sabah หลังใบอนุญาตสำรวจแร่ของเขาถูกยกเลิก และเขาเพิ่งตกเป็นข่าวใหญ่จากการเผยแพร่วิดีโอแอบถ่ายที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับการเจรจาติดสินบนกับนักการเมืองท้องถิ่น แม้เขาจะยืนยันว่าตนเป็นผู้เปิดโปง แต่เขาก็ถูกตั้งข้อหาร่วมกับนักการเมืองซาบาห์ 2 ราย ในคดีให้และรับสินบนเช่นกัน ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดปฏิเสธการกระทำผิด โดยระบุว่าเตย์กำลังตอบโต้หลังไม่ได้รับสัญญาจากภาครัฐ.

อดีตเลขาฯ ส่วนตัวนายกฯ มาเลเซีย ถูกตั้งข้อหารับ-ติดสินบน

คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลมาเลเซีย นอกจากนี้ มูลค่าของสินบนที่ถูกกล่าวหาก็สูงพอสมควร ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการอนุมัติสัมปทานสำรวจแร่ในรัฐซาบาห์

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี อดีตเลขาฯ ส่วนตัวนายกฯ มาเลเซีย ถูกตั้งข้อหารับ-ติดสินบน

จากรายงานข่าวพบว่า นายชัมซุล อิสกันดาร์ มูฮัมหมัด อากิน ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนในรูปแบบต่างๆ ทั้งเงินสด เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ นายอัลเบิร์ต เตย์ เจียนเฉิง ได้รับอนุมัติใบอนุญาตสำรวจแร่ในรัฐซาบาห์ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและขัดต่อหลักธรรมาภิบาล

การที่ อดีตเลขาฯ ส่วนตัวนายกฯ มาเลเซีย ถูกตั้งข้อหารับ-ติดสินบน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังคงมีอยู่ในสังคมมาเลเซีย และเป็นความท้าทายที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

คดีนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้กับข้าราชการและนักการเมืองทุกคนว่า การกระทำทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของตนเองได้ นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

สำหรับความคืบหน้าของคดี อดีตเลขาฯ ส่วนตัวนายกฯ มาเลเซีย ถูกตั้งข้อหารับ-ติดสินบน นั้น จะต้องติดตามกันต่อไปว่าศาลจะตัดสินอย่างไร และจะมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้กับสังคมมาเลเซียในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันต่อไป

ที่มา – อดีตเลขาฯ ส่วนตัวนายกฯ มาเลเซีย ถูกตั้งข้อหารับ-ติดสินบน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: