ในสถานการณ์ที่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น ราคาพืชผลที่ไม่แน่นอน รวมถึงปัญหาน้ำและหนี้สินที่รุมเร้า แต่ดูเหมือนว่าประเด็นร้อนแรงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับกลายเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแทน นี่คือจุดที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง มากกว่าจะหันมาโฟกัสที่ปัญหาปากท้องของประชาชน
อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม และอดีตโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า สิ่งที่สังคมต้องการเห็นจากผู้บริหารกระทรวงไม่ใช่เกมการเมือง แต่คือผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและความรู้ความสามารถ ไม่ใช่การสลับขาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
ทำไมการโยกย้ายจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในวันนี้?
ปัญหาของการที่ อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง คือการที่ข้าราชการน้ำดีต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ซึ่งผลกระทบที่ตามมานั้นร้ายแรงต่อภาพรวมของรัฐราชการ ได้แก่:
- บั่นทอนขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่ทุ่มเททำงาน
- เกิดการชะงักงันในด้านนโยบายและการขับเคลื่อนงานเกษตรเชิงลึก
- ลดทอนประสิทธิภาพการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกร
- ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐถดถอยลง
เกษตรกรไทยไม่ได้คาดหวังว่าใครจะเป็นอธิบดี แต่พวกเขาคาดหวังว่ารัฐมนตรีจะแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้นอย่างไร หากกระทรวงมัวแต่เสียเวลากับการจัดสรรบุคลากรเพื่อสนองต่ออำนาจแทนที่จะเร่งมือจัดการเรื่องน้ำและราคาพืชผล ย่อมเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่จากสังคมว่าการจัดลำดับความสำคัญของกระทรวงแห่งนี้ถูกต้องแล้วหรือไม่
ในท้ายที่สุดแล้ว ประสิทธิภาพของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้พิสูจน์ที่ว่าใครนั่งอยู่ตรงไหน แต่พิสูจน์ที่ว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือยัง เราจึงอยากเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงหันกลับมาโฟกัสเรื่องงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อาชีพเกษตรกรอย่างจริงจังมากกว่าการเมืองภายในองค์กร
ที่มา – อดีตโฆษกเกษตรฯ ซัดเจ้ากระทรวงมัวโฟกัสโยกย้าย ขรก.สนองการเมือง เมินแก้ปัญหาเกษตรกร


