เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์สูญเสียซ้ำรอยอีก โดยเฉพาะเหตุการณ์สลดจากเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าวที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนักเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม โดยเรียกร้องให้หยุดเพียงแค่การ “ถอดบทเรียน” แต่ควรหันมาเน้นการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดผ่าน “อนุดิษฐ์” จี้หยุดถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้ผับลาดพร้าว ดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องชีวิตประชาชน เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับทุกคนในสังคม
ความจำเป็นในการผลักดัน “อนุดิษฐ์” จี้หยุดถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้ผับลาดพร้าว ดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องชีวิตประชาชน
การเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมหาศาลจากโศกนาฏกรรมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่กระจัดกระจาย น.อ.อนุดิษฐ์ เห็นว่าตราบใดที่โครงสร้างการทำงานยังเป็นแบบต่างคนต่างทำ จะยิ่งเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตและการละเลยหน้าที่ ดังนั้นการที่ “อนุดิษฐ์” จี้หยุดถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้ผับลาดพร้าว ดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องชีวิตประชาชน จึงเปรียบเสมือนก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนระบบความปลอดภัยของไทยให้กลายเป็นระดับสากล
ข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืน
นอกจากตัวร่าง พ.ร.บ. แล้ว ยังมีแนวทางสำคัญที่พรรคกล้าธรรมมุ่งเน้นเพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยมีประเด็นหลักดังนี้:
- การใช้ระบบดิจิทัล: เปลี่ยนการขอใบอนุญาตและการตรวจสอบอาคารให้เป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด เพื่อตัดวงจรการใช้ดุลพินิจส่วนตัวและส่วย
- การกำหนดบทลงโทษที่เด็ดขาด: ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการที่ละเลยมาตรฐานความปลอดภัยเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่บกพร่องต่อหน้าที่ก็ต้องได้รับโทษอย่างหนัก
- บูรณาการมาตรฐานเดียว: รวบรวมกฎหมายความปลอดภัยที่กระจัดกระจายให้มาอยู่ภายใต้กฎหมายหลักฉบับเดียว
ท้ายที่สุดนี้ เราต้องไม่ปล่อยให้ความสูญเสียครั้งนี้กลายเป็นเพียงสถิติในหน้าข่าวแล้วเลือนหายไป การผลักดันกฎหมายเพื่อความปลอดภัยสาธารณะไม่ควรเป็นเพียงคำสัญญา แต่มันคือความเป็นความตายของประชาชนทุกคน รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องจึงควรเร่งตอบรับข้อเสนอนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนผลประโยชน์ของใครบางคนจริงๆ
ที่มา – “อนุดิษฐ์” จี้หยุดถอดบทเรียนเหตุไฟไหม้ผับลาดพร้าว ดัน ร่าง พ.ร.บ.ปกป้องชีวิตประชาชน


