'อนุทิน' เปรียบ อสม.เป็นฝีพายชั้นดี หวังให้เป็น 'สมาร์ท อสม.' ใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลประชาชน

“อนุทิน”ดันอสม. เป็นสมาร์ท อสม. ดูแลประชาชน

“อนุทิน” เปรียบ อสม.เป็นฝีพายชั้นดี ยกระดับสาธารณสุขไทย หวังให้เป็น “สมาร์ท อสม.” ใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลประชาชน บอกหน้าบานทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ เพราะประเทศอื่นไม่มี อสม.

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้รู้สึกปลาบปลื้ม และยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานนี้ ที่สำคัญคือได้มาพบปะพี่น้อง อสม. ที่มีความคุ้นเคยคิดถึงกันมาตลอด งานในวันนี้มีความหมายมาก เพราะสาธารณสุขยุคนี้เป็นยุคพัฒนาจริงๆ บุคลากรมีคุณภาพความรู้ความสามารถ รายล้อมไปด้วยคนที่ตั้งใจจะมาทำงานด้านสาธารณสุข ทุกคนที่มาทำงานในยุคนี้ทราบดีว่าระบบสาธารณสุขไทยจะไปไกลไม่ได้ ถ้าไม่มีฝีพายชั้นดีที่เรียกว่า อสม.

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันเราทำงานด้วยเทคโนโลยีซึ่งถ่ายทอดไปยัง อสม. เพราะถือว่าเป็นหมอคนแรกของพี่น้องประชาชน ต้องมีการปรับเปลี่ยนการให้บริการประชาชนให้เป็นไปตามความทันสมัยของโลก โดยมีเป้าหมายคือทำให้ประชาชนได้รับการบริการอย่างดีที่สุด ปีนี้กระทรวงสาธารณสุขมีความคาดหวังต่อ อสม. ด้วยการยกระดับ อสม.ธรรมดาให้เป็นสมาร์ท อสม. ตนทำงานกับ อสม.มา 4 ปีเต็ม ทราบถึงพิษสงของ อสม. เป็นอย่างดี ที่บอกว่าพิษสงคือไม่หมู แต่มีความทุ่มเทเสียสละ แต่ถ้าใครก็ตามจะมาทำให้ประชาชนของเขาเจ็บไข้ได้ป่วย สุขภาพไม่ดีเจอพิษ อสม.แน่

“ผมซ้อม ๆ ไว้เดี๋ยวก็เลือกตั้งแล้ว วันนี้ผมเลยมาเจอพี่น้อง อสม. มากันเยอะลิบหูลิบตาไปหมด มาเป็นหมื่น ๆ คน ไม่ว่าใครก็ตามเจ๋งหรือเก๋าขนาดไหน เจอคนเป็นหมื่น เหมือนคนที่มานั่งเป็นพวกเดียวกันแล้ว ต้องพูดต่อหน้าเขาก็สั่นทุกคน ขณะที่ผมพูดกับทุกคนอยากให้รู้ว่าขาผมสั่นขนาดไหน แต่สั่นด้วยความตื่นเต้นดีใจ และสั่นสู้ทุกครั้งเมื่อเจอ อสม. เพราะเราเคยเป็นนักรบด้วยกันมาก่อนสมัยโควิด-19 ที่ต้องช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนมากมาย และไม่ว่าสมัยไหน ๆ เมื่อได้ไปต่างประเทศ ผมก็หน้าบานเป็นกระด้ง เพราะไม่ว่าที่ไหนก็มีหมอพยาบาลนักวิทยาศาสตร์ แต่ที่เขาไม่มีเหมือนเราคือ อสม.” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า วันนี้เรามี อสม. ถึง 1 ล้านคน นี่คือสิ่งที่ช่วงที่ประเทศเจอวิกฤตโควิด-19 เราถึงมั่นใจว่าถ้าใช้เครือ อสม. ผนึกกำลังด้านการแพทย์ตลอดจนเทคโนโลยีที่มี พวกเราจะผ่านวิกฤตนั้นไปได้แน่นอน แต่ตอนนั้นพูดอะไรไปคนก็ปรามาส และมีความกังวล แต่สุดท้ายเราก็ผ่านวิกฤตร้ายแรงของโรคไปได้ด้วยดี และทำให้ประเทศไทยมีสถานะเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุขอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลก และถ้าให้ตนวัดก็ยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในการดูแลพี่น้องประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการต่อยอด อสม. เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสุขภาพอนามัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนด้วยหลักการ “ป้องกันก่อนป่วย” โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคให้กับพี่น้องในชุมชน สื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขให้ประชาชนมีความรู้ ตลอดจนการฝึกอาชีพสร้างความมั่นคงของ อสม.ยุคใหม่ ด้วยการเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนไทย

เชื่อว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านสุขภาพให้ประชาชนชาวไทย รวมถึงความมั่นคงในชีวิตของ อสม.ทุกคน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะกลไกระบบสาธารณสุขของไทยมีความเข้มแข็งมาก อาจมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ไม่เคยทำให้ประชาชนคนไทยผิดหวัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนี้สังคมไทยมีความเปลี่ยนแปลง เราต้องดูแลผู้สูงอายุ ตนไม่อยากพูดคำว่าติดเตียง ดูแลตัวเองไม่ได้ เพราะพูดแล้วเหมือนบั่นทอนพวกเขา วันนี้ศัพท์ที่ตนชอบมากคือคำว่า “ผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน” เราต้องปรับเปลี่ยนสังคมให้สอดคล้องกับสภาวะสังคมผู้สูงอายุ เพราะหนีอย่างไรก็ไม่พ้น ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ และกฎระเบียบของสังคมขึ้นมาใหม่ อย่างที่ตนพูดหลายครั้งเรื่องการขยายการเกษียณอายุ ควบคู่ไปกับการที่ อสม. จะเป็นส่วนสำคัญที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ เราต้องใช้ระบบสาธารณสุขสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศด้วย นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องหันหัวเรือใช้ความเข้มแข็งในสิ่งที่ประเทศมีอยู่ สร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสให้กับประเทศ

เน้นป้องกันก่อนป่วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการต่อยอด อสม. เป็นสมาร์ท อสม. เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาสุขภาพอนามัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนด้วยหลักการ “ป้องกันก่อนป่วย” โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคให้กับพี่น้องในชุมชน สื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขให้ประชาชนมีความรู้ ตลอดจนการฝึกอาชีพสร้างความมั่นคงของ อสม.ยุคใหม่ ด้วยการเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนไทย เชื่อว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านสุขภาพให้ประชาชนชาวไทย รวมถึงความมั่นคงในชีวิตของ อสม.ทุกคน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะกลไกระบบสาธารณสุขของไทยมีความเข้มแข็งมาก อาจมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ไม่เคยทำให้ประชาชนคนไทยผิดหวัง

“อนุทิน” เปรียบ อสม.เป็นฝีพายชั้นดี หวังให้เป็น “สมาร์ท อสม.” ใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลประชาชน

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ อสม. ให้เป็นสมาร์ท อสม. นั้นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบสาธารณสุขของไทยให้ก้าวทันโลก และพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคต การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชนจะช่วยให้การบริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้ง่ายยิ่งขึ้น

ความสำคัญของสมาร์ท อสม.

การพัฒนา อสม. ให้เป็น สมาร์ท อสม. นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก อสม. เป็นบุคลากรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด พวกเขาเป็นผู้ที่เข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง การเสริมสร้างทักษะและความรู้ให้กับ อสม. จะช่วยให้พวกเขาสามารถให้คำแนะนำและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  • การใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารและให้ข้อมูลด้านสุขภาพ
  • การเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์โรคในชุมชน
  • การให้คำปรึกษาและสนับสนุนการดูแลสุขภาพเบื้องต้น

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้การสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนา สมาร์ท อสม. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของไทยมีความเข้มแข็งและสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุม

ที่มา – “อนุทิน” เปรียบ อสม.เป็นฝีพายชั้นดี หวังให้เป็น “สมาร์ท อสม.” ใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: