“อนุทิน” บอกไม่ได้อ่านโพสต์ “ฮุน เซน” ไม่สลดโต้ “ปิดด่าน 500 ปี กัมพูชาก็ไม่ตาย” ยืนยันไทยไม่ได้ตามหลังกัมพูชา ไล่ไปอ่าน ปฏิญญาสันติภาพ
วันที่ 5 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่เคยขอให้ใครเปิดด่าน จะปิด 100 ปี หรือ 500 ปี ก็เป็นเรื่องของไทย ไม่ทำให้กัมพูชาตาย นายอนุทิน ตอบเพียงว่า ยังไม่ได้อ่าน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สมเด็จฮุน เซน บอกว่า กัมพูชาไม่ได้อ่อนข้อในการไปลงนามในคำประกาศที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพ ระหว่างไทยและกัมพูชานั้น นายอนุทิน ตอบยิ้ม และพยักหน้า ส่วนท่าทีแข็งกร้าวของสมเด็จฮุน เซน จะกระทบต่อการสร้างสันติภาพชายแดนไทยกัมพูชาหรือไม่ นายอนุทิน ตอบย้ำว่า ยังไม่ได้อ่าน
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มองอย่างไรที่ผู้นำของกัมพูชา มักจะโพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียล ซึ่งอาจถูกมองว่า เราเป็นฝ่ายตามเขาตลอด นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนก็มีสไตล์การทำงานของเขา ใครบอกตาม ขอให้ไปอ่าน Joint declaration (ปฏิญญา เพื่อนำไปสู่สันติภาพไทย – กัมพูชา) มีตรงไหนที่ตาม
“อนุทิน” ปัด ไม่ได้อ่านโพสต์ฮุนเซน ปิดด่าน500ปีก็ไม่อดตาย
จากกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องด่านชายแดน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ออกมาตอบโต้ประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่ได้อ่านโพสต์ของสมเด็จฮุน เซน
การที่นายอนุทินกล่าวว่าไม่ได้อ่านโพสต์ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า รัฐบาลไทยรับทราบถึงสถานการณ์และความคิดเห็นของผู้นำกัมพูชาหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ การที่ผู้นำทั้งสองประเทศสื่อสารกันผ่านสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย กลายเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเข้าใจผิดและการสื่อสารที่ไม่สมบูรณ์
ทำไมนายอนุทินถึงกล่าวว่า “ไม่ได้อ่านโพสต์ฮุนเซน ปิดด่าน500ปีก็ไม่อดตาย”?
คำถามนี้ยังคงเป็นที่สงสัยของหลายฝ่าย เหตุผลที่แท้จริงอาจซับซ้อนกว่าที่ปรากฏ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ รัฐบาลไทยต้องการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า ไทยไม่ได้ถูกกดดันหรือต้องยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องใดๆ จากกัมพูชา การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึง “ปฏิญญาสันติภาพ” ก็เป็นการส่งสัญญาณว่า ไทยยึดมั่นในข้อตกลงและกระบวนการทางการทูต
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การเจรจาและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ การสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหา การรักษาสัมพันธไมตรีและความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า
ท่าทีของนายอนุทินในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการแสดงจุดยืนของประเทศ และการรักษาสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าชายแดน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืน การเปิดด่านชายแดนและการอำนวยความสะดวกทางการค้า จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และช่วยลดความตึงเครียดในระยะยาว
ท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ ต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกัน การเคารพในอธิปไตย และการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับการเจรจา จะนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
การที่นายอนุทิน ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับโพสต์ของสมเด็จฮุน เซน อาจเป็นกลยุทธ์ทางการทูตอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การที่รัฐบาลไทยจะต้องมีแผนการที่ชัดเจนในการจัดการกับความสัมพันธ์กับกัมพูชา และพร้อมที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเหมาะสม
ที่มา – “อนุทิน” ปัด ไม่ได้อ่านโพสต์ “ฮุน เซน” พยอง ปิดด่าน 500 ปี ก็ไม่อดตาย


