อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ
เป็นที่ฮือฮาและน่าจับตามองอย่างมาก เมื่ออนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ ในการเยือนนครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมคณะรัฐมนตรี ได้จัดกิจกรรมพิเศษ “Prime Minister-Thai Private Sector Luncheon” เพื่อเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากเหล่านักธุรกิจระดับบิ๊กเนมของไทยกว่า 150 ราย ที่ตบเท้าเดินทางไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในแดนมังกร
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น โดยท่านนายกฯ อนุทิน ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “กำแพง” หรือเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ให้เกิดขึ้นได้จริงและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายและกลไกอำนวยความสะดวกจากภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักลงทุน
ศักยภาพของบิ๊กเนมไทยกับการเติบโตในอนาคต เมื่อ “อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ”
การจัดงานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การรับประทานอาหารร่วมกันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์, กลุ่มเซ็นทรัล, อมตะ, เครือสหพัฒน์ และกลุ่มธุรกิจ TCP ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการ Thailand FastPass ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเร่งขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้น จนสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทในปีนี้
รายชื่อผู้บริหารระดับแนวหน้าที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย:
- นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
- นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อมตะ (AMATA)
- นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป
- นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP
การแสดงจุดยืนของนายกรัฐมนตรีในเวทีระดับโลกนี้ สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาภายในประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อธุรกิจไทยสู่เวทีโลก การที่ท่านนายกฯ ย้ำว่า อนุทิน เปิดโต๊ะเอกชนไทย หนุนรัฐบาลเป็นกำแพงจับคู่ธุรกิจ นั้น เปรียบเสมือนการปลดล็อกความกังวลของนักลงทุน เพราะรัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอและนำไปเจรจาต่อยอดกับรัฐบาลจีนโดยตรง
บทเรียนสำคัญจากการพบปะครั้งนี้ คือการเห็นพลังของภาคเอกชนไทยที่พร้อมลุยและปรับตัวเข้ากับโลกธุรกิจยุคใหม่ หากภาครัฐทำหน้าที่เป็นหลังพิงที่มั่นคงและช่วยจัดการอุปสรรคทางการค้าให้ราบรื่น เชื่อว่าโอกาสใหม่ๆ จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างมหาศาลครับ
ที่มา – “อนุทิน” เปิดโต๊ะอาหารกลางวันฟังบิ๊กเนมเอกชนไทย ลั่นรัฐบาลพร้อมเป็นกำแพงหนุนจับคู่ธุรกิจ











