'อรรถวิชช์' เบรกรัฐผลาญงบกองทุนน้ำมัน เหตุเอกชนยังคงขายน้ำมันในล็อตต้นทุนเก่า 3 เดือน

“อรรถวิชช์” เบรกรัฐผลาญงบกองทุนน้ำมัน

สถานการณ์วิกฤตพลังงานกำลังร้อนระอุหลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด แต่คุณรู้ไหมว่าน้ำมันที่ปั๊มในไทยตอนนี้ยังเป็นสต็อกเก่าที่นำเข้าตั้งแต่ 3 เดือนก่อน? นี่คือเหตุผลที่ “อรรถวิชช์” เบรกรัฐผลาญงบกองทุนน้ำมัน เพราะไม่จำเป็นต้องเอาเงินกองทุนที่ประชาชนสะสมมาอุดหนุนเอกชนที่กำลังฟันกำไรเกินควรเลย!

“อรรถวิชช์” เบรกรัฐผลาญงบกองทุนน้ำมัน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569 เกี่ยวกับกรณีกระทรวงพลังงานเตรียมดึงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่งฟื้นตัวเป็นบวกไปชดเชยราคาน้ำมัน เขาบอกตรงๆ ว่ามันคือการเอาเงินประชาชนไป補กำไรให้เอกชน แล้วสุดท้ายประชาชนก็ต้องจ่ายคืนกองทุนอยู่ดี แบบนี้ไม่ยั่งยืนและไม่ยุติธรรมเลยนะครับ

ที่สำคัญ น้ำมันที่ขายในไทยตอนนี้เป็นล็อตเก่าที่ต้นทุนต่ำกว่าตลาดปัจจุบันมาก เอกชนอ้างราคาตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นก็ขึ้นราคาขายตามทันที แต่จริงๆ แล้วต้นทุนจริงคือราคาน้ำมันดิบเมื่อเกือบ 3 เดือนที่แล้ว ไม่ใช่ราคาใหม่ที่พุ่งเพราะวิกฤตฮอร์มุซ นี่แหละที่ทำให้ “อรรถวิชช์” เบรกรัฐผลาญงบกองทุนน้ำมัน โดยเสนอทางออกที่ชาญฉลาดกว่า

เหตุผลที่เอกชนยังขายน้ำมันล็อตต้นทุนเก่า

  • สต็อกน้ำมันล่าช้า: น้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศต้องใช้เวลาเดินทางและกลั่นประมาณ 2-3 เดือน ดังนั้นสต็อกปัจจุบันยังผูกกับต้นทุนเก่า
  • ไม่สมเหตุสมผลอ้างสิงคโปร์: ในอดีตสมัยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็น รมว.พลังงาน เคยบังคับเปิดเผยต้นทุนจริงของโรงกลั่น พบว่าต้นทุนไม่ผันผวนตามตลาดสิงคโปร์ขนาดนั้น
  • กำไรเกินควร: เอกชนฉวยโอกาสปรับราคาขึ้นทันควัน โดยไม่รอต้นทุนจริงเปลี่ยน สุดท้ายประชาชนเดือดร้อน

ถ้าปล่อยไปแบบนี้ รัฐก็จะต้องผลาญเงินกองทุนน้ำมันที่มาจากภาษีและเงินสะสมของเราเข้าไปช่วย ซึ่งกองทุนเพิ่งจะกลับมาสุขภาพดีได้ไม่นาน ถ้าสงครามหรือวิกฤตยืดเยื้อ ค่อยว่ากันใหม่ แต่ตอนนี้ 15 วันแรกอย่าให้เอกชนลักไก่ทำกำไรฟรีๆ

ทางออกจาก พ.ร.ก.ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516

อรรถวิชช์เสนอให้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีตาม พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งให้อำนาจสั่งตรึงราคาน้ำมันและห้ามส่งออกได้ทันที โดยไม่ต้องแตะเงินกองทุนแม้แต่บาทเดียว! นี่คือวิธีที่รัฐปกป้องประชาชนโดยตรง ไม่ต้องเสียเงินกองทุนไปอุดหนุนเอกชน

ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้ารัฐตรึงราคาไว้ชั่วคราว รอให้สต็อกเก่าหมด แล้วค่อยปรับตามต้นทุนใหม่ ประชาชนไม่ต้องจ่ายแพงตั้งแต่แรก และกองทุนก็ยังเหลือไว้รับมือวิกฤตใหญ่ในอนาคต มันสมเหตุสมผลและเป็นธรรมมากกว่าเดิมเยอะ

นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาให้ประชาชนมานาน ถ้าเราปล่อยให้ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์บ่อยๆ สุดท้ายใครจะเดือดร้อน? ใช่แล้ว ประชาชนอย่างเรานี่แหละ ในปีที่ผ่านมา เราพบว่าราคาน้ำมันผันผวนหนักจากปัจจัยโลก แต่ระบบสต็อกและกฎหมายเก่ายังช่วยได้ ถ้ารัฐใช้เครื่องมือที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ความเห็นนี้ไม่ใช่แค่การเมือง แต่เป็นการปกป้องเงินในกระเป๋าประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าคุณกำลังบ่นว่าราคาน้ำมันแพง ลองคิดตามดูนะว่าทำไมไม่ตรึงราคาก่อน แล้วค่อยดูสถานการณ์

สำหรับผมแล้ว การเสนอของอรรถวิชช์นี่แหละคือ insight ที่เฉียบคมในยามวิกฤต มันแสดงให้เห็นว่ารัฐมีทางเลือกมากกว่าการโยนเงินแก้ปัญหา คุณล่ะเห็นด้วยไหม? ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่กำลังเติมน้ำมันแพงๆ รับรู้ เพื่อกดดันให้รัฐตัดสินใจถูกต้อง!

ที่มา – “อรรถวิชช์” เบรกรัฐผลาญงบกองทุนน้ำมัน เหตุเอกชนยังคงขายน้ำมันในล็อตต้นทุนเก่า 3 เดือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: