ออกหมายจับ 'เบน สมิธ-ภรรยา' ตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ สูญเงินกว่าพันล้าน

ออกหมายจับ “เบน สมิธ-ภรรยา” ตุ๋นลงทุนสูญพันล้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักลงทุนและคนที่สนใจข่าวอาชญากรรมทางการเงิน วันนี้เรามีเรื่องร้อนที่กำลังเป็นกระแสเดือดในโซเชียล นั่นคือ ออกหมายจับ “เบน สมิธ-ภรรยา” ตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ สูญเงินกว่าพันล้าน บาทเลยทีเดียว! คดีนี้เกิดขึ้นจากฝีมือของนายเบน สมิธ ชาวต่างชาติวัย 47 ปี และภรรยาสาวนามนางสาวแคทรียา บีเวอร์ วัย 40 ปี ที่ร่วมกันหลอกลวงนักธุรกิจต่างชาติให้ลงทุนในโครงการต่างๆ จนสูญหายไปกว่า 1,000 ล้านบาท ตำรวจสอบสวนกลางหรือ ผบช.ก. ไม่ยอมปล่อยให้ลอยนวล ออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงและสมคบฟอกเงินเรียบร้อยแล้ว

ออกหมายจับ “เบน สมิธ-ภรรยา” ตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ สูญเงินกว่าพันล้าน

เรื่องราวเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2559 เมื่อนายเบน สมิธ เข้ามาตีสนิทกับกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติที่อยากขยายการลงทุนในไทย โดยอ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดหุ้นไทย คอยให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ ก่อนจะชักจูงให้ลงทุนจริงในหุ้นบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความไว้วางใจ พอเหยื่อเริ่มเชื่อใจ ก็เริ่มกลอุบายใหญ่หลวง!

พวกเขาหลอกให้ลงทุนหุ้นเพซ (PES) เป็นเงิน 700 ล้านบาท โดยให้เจ้าของบริษัทเพซทำสัญญากู้ยืมและออกเช็คค้ำประกันผลตอบแทนสูงถึง 7-11% กว่า 762 ล้านบาท แถมยังกำหนดให้นางแคทรียาเป็นผู้บริหารกองทุนนี้ ระยะเวลา 1 ปีเต็ม แต่สุดท้ายก็เงียบหาย ไม่มีผลตอบแทนตามสัญญา ไม่พอยังชวนซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวราคา 255 ล้านบาท เพื่อปล่อยเช่า ลงทุนพลังงานไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแห่งประเทศไทยอีก 126 ล้านบาท อ้างว่าร่วมกับนักลงทุนไทย

กลอุบายต่อเนื่องจนสูญเงินมหาศาล

  • หุ้นเพซ: 700 ล้านบาท พร้อมเช็คค้ำประกัน 762 ล้านบาท
  • เครื่องบินเจ็ท: 255 ล้านบาท สำหรับธุรกิจเช่า
  • พลังงานไฟฟ้า: 126 ล้านบาท ร่วมกับโครงการรัฐ
  • คอนโดมิเนียม: ค่ามัดจำ 7 ห้องและบิวท์อิน 144 ล้านบาท อ้างขายได้แล้วคืนเงินพร้อมดอก

พอเหยื่อเริ่มสงสัยเพราะหุ้นเพซไม่เคลื่อนไหวตามที่ตกลง พวกเขาก็เสนอทางออกด้วยการให้จ่ายค่ามัดจำคอนโดหรู 7 ห้อง บวกค่าตกแต่งบิวท์อินอีก 144 ล้านบาท สัญญาว่าขายได้จะคืนเงินพร้อมผลตอบแทนสูงกว่าเดิม ผู้เสียหายหลงเชื่อ จ่ายไป แต่พอถึงปี 2565 ยังไม่ได้รับห้องชุด ติดต่อทวงถามก็โดนบ่ายเบี่ยง สุดท้ายพบว่าห้องทั้งหมดถูกโอนให้คนอื่นไปแล้ว! นี่แหละครับ ออกหมายจับ “เบน สมิธ-ภรรยา” ตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ สูญเงินกว่าพันล้าน จึงเกิดขึ้น

การตรวจค้นและยึดพยานหลักฐาน

หลังรับแจ้งความ ตำรวจเร่งตรวจสอบ พบหลักฐานชัดเจนว่านายเบน ภรรยาและพวกร่วมหลอกหลายครั้ง โดยไม่นำเงินไปลงทุนจริง จึงขอศาลอาญาออกหมายจับทันที พร้อมบุกตรวจค้น 6 จุดในภาคกลาง ยึดพยานหลักฐานสำคัญ 13 รายการ ดังนี้

  • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 2 เครื่อง
  • สมุดโน้ต 1 เล่ม
  • โน้ตบุ๊กและแลปท็อป 2 เครื่อง
  • แม็คบุ๊ก 1 เครื่อง
  • ไอแพด 2 เครื่อง
  • โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง
  • ฮาร์ดดิสก์ 2 ชิ้น
  • เอกสารงบการเงิน รายรับ-รายจ่ายประจำปี ตราประทับบริษัท และอื่นๆ รวม 6 รายการ

หลักฐานเหล่านี้จะช่วยขยายผลจับกุมคนอื่นๆ ในเครือข่ายได้แน่นอนครับ

บทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคน

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า การลงทุนในไทย โดยเฉพาะจากคนรู้จักหรือผู้แนะนำที่อ้างความเชี่ยวชาญ ต้องระวังให้มาก อย่าเห็นผลตอบแทนสูงเกินจริงโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร สัญญา และผู้บริหารโครงการให้ชัดเจน ควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือหน่วยงานรัฐ และถ้าสงสัยว่าถูกหลอก รีบแจ้งความทันทีเพื่อไม่ให้สายเกินไป

ส่วนตัวผมคิดว่าคดีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยเพราะนักลงทุนต่างชาติอาจไม่คุ้นเคยกฎหมายไทย แต่นี่คือโอกาสให้เราเตรียมตัวรับมือ ดังนั้น ถ้าคุณเคยเจอประสบการณ์คล้ายๆ กัน หรือมีเคล็ดลับการลงทุนปลอดภัย แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันเตือนภัย!

ที่มา – ออกหมายจับ “เบน สมิธ-ภรรยา” ตุ๋นนักธุรกิจลงทุนข้ามชาติ สูญเงินกว่าพันล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: