“อังคณา”แจ้งความ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุก hate speech คุกคามถึงชีวิต
เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองและสิทธิมนุษยชน เมื่อนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ได้ตัดสินใจเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.บางยี่เรือ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและเพจบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ปล่อยข้อมูลบิดเบือน ซึ่งนางอังคณา ได้ระบุว่าการกระทำของเพจเหล่านี้คือ “อังคณา”แจ้งความ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุก hate speech คุกคามถึงชีวิต อย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการกุข่าวว่าเธอได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นประเด็นสำคัญ?
เหตุผลที่นางอังคณาตัดสินใจใช้มาตรการทางกฎหมาย เนื่องจากเธอกังวลว่า “อังคณา”แจ้งความ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุก hate speech คุกคามถึงชีวิต ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การถูกหมิ่นประมาททั่วไป แต่เป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเกลียดชังในวงกว้าง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Hate Crime หรืออาชญากรรมจากความเกลียดชัง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- มีการนำข้อความเท็จมาตัดต่อและเผยแพร่
- มีการเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรง เช่น การวิสามัญฆาตกรรม หรืออุ้มฆ่า
- เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และด้อยค่าผู้ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ
นางอังคณากล่าวว่า ในอดีตเมื่อเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เธอมักจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเป็นคนแรกๆ เสมอ แม้ว่าในเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่มีการยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย เธอจะไม่ได้โพสต์หรือแสดงความเห็นใดๆ เลยก็ตาม แต่กลับมีเพจจำนวนมากพยายามสร้างสตอรี่เพื่อบิดเบือนเจตนาและมุ่งเน้นสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม
การเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐ
นอกจากจะเดินทางไปแจ้งความด้วยตนเองแล้ว นางอังคณายังได้ตั้งคำถามถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีมาตรการในการคุ้มครองประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องไปแล้วแต่แทบไม่มีความคืบหน้า ซึ่งการที่ “อังคณา”แจ้งความ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุก hate speech คุกคามถึงชีวิต ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าประชาชนไม่ควรนิ่งเฉยต่อการถูกคุกคามบนโลกออนไลน์
ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาข่าวปลอมและ Hate Speech ในไทยยังคงเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัว การที่มีคนจ้องจะทำลายความน่าเชื่อถือด้วยข้อมูลเท็จไม่เพียงแต่ทำลายตัวบุคคล แต่ยังขยายช่องว่างความแตกแยกในสังคมไทยให้กว้างขึ้นไปอีก ผู้ที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการตรวจสอบและจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนในสังคมออนไลน์ครับ
ที่มา – “อังคณา”แจ้งความ ดำเนินคดีเพจปั้นข่าวเท็จ-ปลุก hate speech คุกคามถึงชีวิต


