อัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ 'ทนายตั้ม' ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์

อัยการคดีพิเศษเผยเหตุผลยึดทรัพย์ทนายตั้มเตรียมอุทธรณ์

ประเด็นร้อนในวงการกฎหมายที่หลายคนจับตามองกันอย่างใกล้ชิด คือกรณีอัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้องยึดทรัพย์ ล่าสุดอัยการชี้แจงชัดเจนว่าการดำเนินการทั้งหมดอยู่ในกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด และมีแผนอุทธรณ์เพื่อให้ได้ทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย

อัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์

นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือที่รู้จักกันในนาม “ทนายตั้ม” โดยยืนยันว่าอัยการไม่ได้เร่งรัดยื่นคำร้องยึดทรัพย์ไวเกินไป แต่ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายที่กำหนดไว้ชัดเจน คือต้องยื่นภายใน 90 วันนับจากวันที่ยึดทรัพย์

ทรัพย์สินที่ถูกยึดมีมูลค่ารวมกว่า 73 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรักษาและคืนให้กับผู้เสียหาย คือ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” ไม่ใช่เพื่อยึดเป็นของรัฐ ทนายตั้มถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินจากเจ๊อ้อย ซึ่งเป็นมูลเหตุเดียวกันกับคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ ส่วนประเด็น “ให้โดยเสน่หา” จะต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล

รายละเอียดทรัพย์สินที่ยึดในคดีอัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม”

ทรัพย์สินแบ่งเป็น 2 คดีหลัก:

  • คดีหมายเลขดำที่ ฟ26/2568: อัยการรับสำนวนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ยื่นไต่สวนเมื่อ 10 มีนาคม 2568 รวมทรัพย์สินเงินในบัญชีธนาคาร บ้านพักอาศัย และที่ดิน มูลค่ากว่า 71 ล้านบาท
  • คดีหมายเลขดำที่ ฟ145/2568: ส่งมาจาก ปปง. เมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 เป็นทรัพย์ส่วนตัว 23 รายการ เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม โน้ตบุ๊ก และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ที่ตรวจยึดจากบ้าน มูลค่ากว่า 2.6 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ปปง. เคยยึดทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ชั้นอัยการนำมารวมเป็นคดีเดียวเพราะมูลเหตุจากความผิดเดียวกัน อัยการย้ำว่าคดีอาญาและคดียึดทรัพย์เป็นคนละส่วน ผู้ต้องหาสามารถต่อสู้ได้ตามกฎหมาย

พื้นหลังคดีทนายตั้มกับเจ๊อ้อย

คดีนี้มีรากฐานมาจากข้อกล่าวหาว่าทนายตั้มฉ้อโกงเงินค่าดำเนินคดีจากเจ๊อ้อย ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีดังอีกชั้นหนึ่ง ทนายตั้มรับทำคดีให้แต่ถูกกล่าวหาว่าหลอกเอาเงินไปโดยไม่ทำตามสัญญา ส่งผลให้เกิดการตรวจสอบทรัพย์สินที่อาจมาจากเงินนั้น ปปง. เข้ามามีบทบาทสำคัญในการติดตามทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

หลังศาลยกคำร้องยึดทรัพย์ อัยการจะคัดสำเนาคำพิพากษามาตรวจสอบ หากพบว่าขัดกับพยานหลักฐานหรือกฎหมาย จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามขั้นตอน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิผู้เสียหาย

มุมมองทางกฎหมาย: ทำไมต้องยึดทรัพย์?

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การยึดทรัพย์เป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อป้องกันการเผยแพร่ทรัพย์ที่ได้มาจากความผิด และให้คืนผู้เสียหาย ในกรณีนี้ อัยการชี้ว่าทำถูกต้องตามกรอบ 90 วัน ไม่ใช่การเร่งรัด

คดีนี้สะท้อนภาพรวมของระบบยุติธรรมไทยที่ให้ความสำคัญกับการคืนสิทธิให้ประชาชน โดยเฉพาะในคดีฉ้อโกงที่มักมีมูลค่ามหาศาล หากอัยการชนะอุทธรณ์ เจ๊อ้อยจะได้รับทรัพย์คืน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน คดีอัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส แม้ทนายตั้มจะเป็นบุคคล知名 แต่กฎหมายก็เท่าเทียมกันหมด คุณคิดอย่างไรกับการดำเนินคดีครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวกฎหมายจากบล็อกของเรา!

ที่มา – อัยการคดีพิเศษ เผยเหตุผล ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” ชี้ทำตามกรอบกฎหมาย เตรียมอุทธรณ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: