บีโอไอเผย อินฟินีออนเปิดเกมรุกใหม่ ดึง MPI ผู้ประกอบและทดสอบชิปรายสำคัญลงทุนในไทย ยกระดับซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทยให้แข็งแกร่ง เติมเต็มเป้าหมายการผลิตชิปครบวงจรในไทย (ชิปเมดอินไทยแลนด์)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า หลังจากที่บีโอไอให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท Infineon Technologies ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มชิปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ให้กำลังไฟในงานอุตสาหกรรม (Power Electronics) ซึ่งตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ประเภท Power Module ที่ใช้ในอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบกักเก็บพลังงานและการบริหารจัดการพลังงานสะอาด โดยจะเป็นศูนย์ประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศเยอรมนีของกลุ่มอินฟินีออน เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดอินฟินีออนยังมีแผนดึงพันธมิตรระดับโลกเข้ามาร่วมในห่วงโซ่การผลิตในไทย เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตให้รองรับตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือข่าวดีของการผลักดันให้เกิดการผลิตชิปครบวงจรในไทยอย่างแท้จริง
ขณะที่นาย George Lee, EVP and Head of Backend Operations ผู้บริหารอินฟินีออนได้นำนาย Manuel Zarauza Brandulas, Group Managing Director of MPI พันธมิตรรายสำคัญเข้าพบกับตน และประกาศการโอนกิจการเดิมในส่วนการผลิต Backend Semiconductor สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และการสื่อสาร ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีพนักงาน 1,000 คน ให้กับบริษัท Malaysian Pacific Industries (MPI) จากประเทศมาเลเซีย ภายใต้บริษัท Carsem ที่เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการประกอบ บรรจุ และทดสอบชิป (OSAT) รายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกมา 50 ปี การโอนกิจการครั้งนี้ MPI มีข้อตกลงระยะยาวในการผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อส่งต่อให้กับโรงงานแห่งใหม่ของอินฟินีออนที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้ในการประกอบ Power Module และยังมีแผนขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงสำหรับชิป (Advanced Packaging) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายอื่นด้วย
“การที่อินฟินีออนดึงผู้ผลิตชิปรายใหม่และเป็นพันธมิตรสำคัญคือ MPI ให้เข้ามาลงทุนในไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย ทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และคุณภาพของบุคลากรไทยที่สามารถรองรับการผลิตที่มีมาตรฐานสูงได้ สำหรับในส่วนการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ของอินฟินีออน ส่งผลบวกอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย”
ทั้งนี้ 6 เดือนแรกของปีนี้ ปรากฏว่ามีการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ขอรับการส่งเสริม 168 โครงการ มูลค่ารวม 108,000 ล้านบาท
อินฟินีออนเดินหน้า มุ่งผลิตชิปครบวงจรในไทย
การลงทุนครั้งนี้ของอินฟินีออนและ MPI ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบุคลากรไทยอีกด้วย การที่บริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างอินฟินีออนตัดสินใจลงทุนในไทย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตชิปแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โอกาสทองของการผลิตชิปครบวงจรในไทย
การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตชิปครบวงจรในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นของภาครัฐ ภาคเอกชน และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เรามีความหวังที่จะเห็นประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคตอันใกล้นี้ การลงทุนของอินฟินีออนครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายนั้น
สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรมในระยะยาว
การที่อินฟินีออนดึง MPI เข้ามาลงทุนในไทยครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตชิปครบวงจรในไทยแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับนักลงทุนรายอื่นๆ ว่าประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญของโลก
อนาคตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทยสดใสอย่างแน่นอน หากเราสามารถรักษาความมุ่งมั่นและพัฒนาศักยภาพของเราอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – “อินฟินีออน” ดึงพันธมิตรลงทุนในไทย มุ่งเป้าผลิตชิปครบวงจรในประเทศ


