อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน “ช่องแคบมะละกา” สร้างความฮือฮาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียมองว่านี่คือโอกาสยกระดับประเทศจากรัฐริมทางสู่ผู้เล่นหลักในเศรษฐกิจโลก แต่สิงคโปร์และมาเลเซียออกมาคัดค้านทันที โดยยืนยันต้องรักษาเสรีภาพการเดินเรือตามกฎหมายสากล
อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา แรงบันดาลใจจากอิหร่าน
นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย เสนอแนวคิดนี้ระหว่างการสัมมนาในกรุงจาการ์ตา โดยชี้ว่าอินโดนีเซียตั้งอยู่บนเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ แต่เรือสินค้าผ่านไปมาฟรี ซึ่งไม่สมเหตุสมผล เขาได้รับแรงบันดาลใจจากอิหร่านที่วางแผนเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แนวคิดนี้สอดคล้องกับนโยบายประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ต้องการให้อินโดนีเซียเป็นผู้เล่นหลักในเวทีโลก หากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ร่วมมือกัน จะสร้างรายได้มหาศาลจากปริมาณเรือที่ผ่านช่องแคบกว่า 80,000 ลำต่อปี คิดเป็น 40% ของการค้าทางทะเลทั่วโลกและ 80% ของน้ำมันที่ส่งไปจีน
ช่องแคบมะละกา: เส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก
ช่องแคบมะละกาเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่คับคั่งที่สุด มีความยาว 900 กิโลเมตร เชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ สินค้ามูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านที่นี่每年 อินโดนีเซียควบคุมน่านน้ำส่วนใหญ่ แต่ไม่สามารถตัดสินใจฝ่ายเดียว เนื่องจากเกี่ยวข้องกับมาเลเซียและสิงคโปร์
รัฐมนตรีปูร์บายากล่าวว่า “เราต้องคิดแบบรุก ไม่ใช่ตั้งรับ” แต่ยอมรับว่าต้องทำอย่างรอบคอบ หากแบ่งพื้นที่อาจง่าย แต่ความจริงซับซ้อน
สิงคโปร์-มาเลเซียค้านอินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา
นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุชัดว่าช่องแคบต้องเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่สนับสนุนการเรียกเก็บ “ค่าต๋ง” หรือจำกัดการเดินเรือ สิทธิในการสัญจรผ่านแดน (Right of transit passage) ได้รับการคุ้มครองโดยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่เอกสิทธิ์ที่ต้องจ่ายเงิน
มาเลเซียเองก็ส่งสัญญาณค้านเช่นกัน โดยมองว่าการเก็บค่าผ่านทางอาจกระทบการค้าทั่วโลก สร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก รองจากเซี่ยงไฮ้
ข้อดี-ข้อเสียของการเก็บค่าผ่านทาง
- ข้อดี: สร้างรายได้ให้ประเทศชายฝั่ง ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงทางทะเล
- ข้อเสีย: อาจเพิ่มต้นทุนสินค้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าสูงขึ้นทั่วโลก นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
- กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเอเชีย โดยเฉพาะจีน อินเดีย และยุโรป
- เสี่ยงถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ หากขัด UNCLOS
แม้อินโดนีเซียยืนยันว่านี่เป็นเพียงแนวคิดเริ่มต้น แต่การผลักดันจริงต้องหารือกับเพื่อนบ้านและพิจารณาผลกระทบ นักวิเคราะห์มองว่าข้อเสนอนี้สะท้อนความทะเยอทะยานของอินโดนีเซียในยุคปราโบโว ที่ต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและตำแหน่งยุทธศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในมุมมองผู้เขียน ข้อเสนออินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบมะละกา อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือเพื่อไม่ให้กลายเป็นประเด็นพิพาท คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเศรษฐกิจ-การเมืองนานาชาติกับเราต่อไป
ที่มา – อินโดนีเซียเสนอเก็บค่าผ่าน “ช่องแคบมะละกา” สิงคโปร์-มาเลเซียค้านต้องคงเสรีภาพการเดินเรือ


