อินโดฯ สั่งจับ 2 จนท.สรรพากร รับสินบน บ.เยื่อกระดาษ ทำรัฐเสียหายเฉียด 4.5 พันล้านบาท
วงการภาษีในอินโดนีเซียกำลังสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดของอินโดนีเซีย (AGO) ได้ประกาศดำเนินคดีและควบคุมตัวเจ้าหน้าที่สรรพากรจำนวน 2 ราย หลังจากพบว่ามีส่วนพัวพันในการรับสินบนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเยื่อกระดาษยักษ์ใหญ่ Toba Pulp Lestari (PT TPL) จนสร้างความเสียหายให้กับรายได้ของรัฐสูงถึงกว่า 3,700 ล้านบาท หรือราว 4.5 พันล้านบาทหากรวมค่าความเสียหายต่อเนื่อง
เบื้องหลังการทุจริตที่ถูกเปิดเผย อินโดฯ สั่งจับ 2 จนท.สรรพากร รับสินบน บ.เยื่อกระดาษ ทำรัฐเสียหายเฉียด 4.5 พันล้านบาท
จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า บริษัท TPL ได้ดำเนินกลโกงโดยการสำแดงราคาสินค้าส่งออกต่ำกว่าความเป็นจริงมาเป็นเวลานานกว่าสิบปี โดยเปลี่ยนรหัสพิกัดศุลกากร (HS Code) เพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความโปร่งใสในระบบการตรวจสอบภาษี โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- มีการแจ้งราคาสินค้าส่งออกต่ำกว่ามูลค่าตลาดจริง เพื่อใช้คำนวณฐานภาษีที่ต่ำลง
- ใช้วิธีปลอมแปลงประเภทสินค้าจากเยื่อกระดาษชนิดพิเศษ (Dissolving Pulp) ให้เป็นเยื่อกระดาษธรรมดา (Paper Grade Pulp)
- พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2025 โดยอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สรรพากรที่รับเงินสินบน
เจ้าหน้าที่สรรพากรทั้งสองราย ซึ่งถูกระบุชื่อย่อว่า BP และ SR ได้ถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สังคมอินโดนีเซียให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะกรณี อินโดฯ สั่งจับ 2 จนท.สรรพากร รับสินบน บ.เยื่อกระดาษ ทำรัฐเสียหายเฉียด 4.5 พันล้านบาท นี้ อาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของการทุจริตในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและทรัพยากรธรรมชาติ
บทเรียนสำคัญจากคดีนี้คือการย้ำเตือนให้เห็นว่า ระบบการตรวจสอบภาษีที่เข้มงวดเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง การทุจริตโดยคนในองค์กรเพียงไม่กี่คนสามารถทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้รัฐสูญเสียรายได้ที่จะนำไปพัฒนาประเทศได้อย่างมหาศาล เราต้องติดตามกันต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมของอินโดนีเซียจะจัดการกับผู้เกี่ยวข้องในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างไร และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายมหาศาลนี้อย่างไร
ที่มา – อินโดฯ สั่งจับ 2 จนท.สรรพากร รับสินบน บ.เยื่อกระดาษ ทำรัฐเสียหายเฉียด 4.5 พันล้านบาท


