สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกองทัพอิสราเอลได้ออกมาประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ด้วยการอิสราเอลโว ใช้ระเบิด 700 ตัน ทำลายอุโมงค์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศเลบานอน ซึ่งนับเป็นปฏิบัติการทางทหารที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิสราเอลในการกวาดล้างภัยคุกคามใต้ดินที่พยายามจะรุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยของตน
เหตุผลที่อิสราเอลโว ใช้ระเบิด 700 ตัน ทำลายอุโมงค์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
รายงานระบุว่า นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมได้แถลงถึงปฏิบัติการครั้งนี้ในพื้นที่โบฟอร์ท โดยชี้แจงว่าโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทางเดินธรรมดา แต่เป็นเครือข่ายยุทธศาสตร์ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ใช้เพื่อเตรียมการบุกโจมตีชุมชนต่าง ๆ ทางตอนเหนือของอิสราเอล การตัดสินใจตัดสินใจใช้วัตถุระเบิดมหาศาลขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลอิสราเอลมองว่าความปลอดภัยของพลเรือนต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
เปิดเบื้องหลังปฏิบัติการทำลายอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์
ปฏิบัติการครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการพบว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน จนเป็นเหตุให้อิสราเอลต้องโต้กลับด้วยมาตรการที่รุนแรงและทรงพลัง การอิสราเอลโว ใช้ระเบิด 700 ตัน ทำลายอุโมงค์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนที่เด็ดขาดว่าอิสราเอลจะไม่ยอมรับการละเมิดใด ๆ ทั้งสิ้น และกองทัพจะยังคงรักษาพื้นที่ความมั่นคงทางตอนใต้ของเลบานอนไว้ต่อไป เพื่อป้องกันการฟื้นตัวของกองกำลังฝ่ายตรงข้าม
หากวิเคราะห์จากมุมมองความปลอดภัย เราจะพบว่า:
- อิสราเอลให้ความสำคัญกับข่าวกรองเชิงลึกเกี่ยวกับเครือข่ายอุโมงค์
- ความพยายามในการหยุดยั้งการฟื้นฟูศักยภาพของฮิซบอลเลาะห์จะยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
- การตอบโต้จะเน้นไปที่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารโดยตรง
ท้ายที่สุดแล้ว ความขัดแย้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการทหาร แต่ยังครอบคลุมถึงผลกระทบต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร หลังจากสูญเสียเครือข่ายยุทธศาสตร์สำคัญครั้งนี้ไป และสถานการณ์ในเลบานอนจะดำเนินไปในทิศทางใดในอนาคต
ที่มา – อิสราเอลโว ใช้ระเบิด 700 ตัน ทำลายอุโมงค์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์


