อิหร่านเผย ช่องแคบฮอร์มุซยัง “เปิด” อยู่ แต่ “ปิด” เฉพาะกับศัตรู เป็นข่าวที่สร้างความสนใจไปทั่วโลก โดยเฉพาะในแวดวงพลังงานและการค้า海運 ล่าสุด รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อิหร่านเผย ช่องแคบฮอร์มุซยัง “เปิด” อยู่ แต่ “ปิด” เฉพาะกับศัตรู
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 หรือตามปฏิทินไทย นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว MS Now ของสหรัฐอเมริกา ในระหว่างที่ถูกถามถึงสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ นายอารักชียืนยันชัดเจนว่า ช่องแคบนี้ยังคง “เปิด” สำหรับการจราจรทางทะเลทั่วไป แต่จะ “ปิด” เฉพาะกับเรือที่เกี่ยวข้องกับ “ศัตรู” ของอิหร่านเท่านั้น เช่น เรือบรรทุกน้ำมันจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล ส่วนเรือพาณิชย์จากประเทศอื่นๆ สามารถผ่านไปมาได้ตามปกติ
บริบทสงครามและการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก โดยเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอลที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้เกิดความตึงเครียดสูง นับตั้งแต่那时 มีเรืออย่างน้อย 17 ลำถูกอิหร่านโจมตีในพื้นที่นี้ รวมถึงเรือสินค้า “มยุรี นารี” ของไทยที่ได้รับความเสียหาย สร้างความกังวลให้ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการค้าทางทะเล
นายอารักชียังตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของนายโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยระบุว่า “อีกไม่นานพวกเขาจะได้เห็นเองว่าท่านไม่มีปัญหาใดๆ และกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่” ซึ่งช่วยคลายความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับเสถียรภาพผู้นำ
- ประเด็นสำคัญจากสัมภาษณ์:
- ช่องแคบฮอร์มุซเปิดสำหรับเรือที่เป็นกลาง
- ปิดเฉพาะเรือศัตรู เพื่อตอบโต้การโจมตี
- อิหร่านยืนยันโจมตีเฉพาะฐานทัพสหรัฐฯ ไม่ใช่พลเรือน
- รัสเซียและจีนคือพันธมิตรยุทธศาสตร์หลัก
ในส่วนของการโจมตีอาคารพลเรือน นายอารักชีกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิด แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธ สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่นำเข้าน้ำมันจำนวนมาก
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือ แต่เป็นหลอดเลือดใหญ่ของอุตสาหกรรมพลังงาน หากปิดกั้นจริง อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างวิกฤตให้ประเทศนำเข้า สำหรับไทย เรือมยุรี นารีที่ถูกโจมตีเป็นตัวอย่างชัดเจนว่านักเดินเรือไทยเสี่ยงภัย รัฐบาลไทยควรเร่งเจรจาทวิภาคีเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ อิหร่านยังเน้นย้ำความสัมพันธ์กับรัสเซียและจีน ซึ่งอาจนำไปสู่การรวมตัวทางทหารที่แข็งแกร่งขึ้นในตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้คล้ายวิกฤตปี 2019 ที่อิหร่านเคยขู่อีกครั้ง แต่คราวนี้จริงจังกว่าเพราะสงครามเต็มรูปแบบ
จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ไม่มีใครอยากปิดสนิท เพราะอิหร่านเองก็ส่งออกน้ำมันผ่านทางนี้ การที่ อิหร่านเผย ช่องแคบฮอร์มุซยัง “เปิด” อยู่ แต่ “ปิด” เฉพาะกับศัตรู จึงเป็นสัญญาณว่าอิหร่านต้องการหลีกเลี่ยงสงครามเศรษฐกิจทั้งหมด แต่พร้อมตอบโต้หากถูกยั่วยุ
ในที่สุด สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพ หากชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ยอมถอย ผู้ประกอบการไทยควรติดตามใกล้ชิดและปรับแผนขนส่งสำรอง เช่น ทางรอบๆ ช่องแคบ
ความเห็นส่วนตัว: แม้จะเปิดช่องแคบ แต่ความเสี่ยงยังสูง ไทยควรรีบเสริมกองทัพเรือป้องกันผลประโยชน์ทางทะเล ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!


