ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลกอย่าง ฮ่องกงจับเจ้าของร้านหนังสือ-พนักงาน ปมจิมมี ไหล ทำให้หลายคนต้องตั้งคำถามถึงเสรีภาพในการแสดงออกและการขายหนังสือในฮ่องกงยุคใหม่ สถานีโทรทัศน์ TVB รายงานว่า ตำรวจบุกจับกุมนายพง ยัต-หมิง เจ้าของร้านหนังสือ “บุ๊ก พันช์” (Book Punch) พร้อมพนักงานอีก 3 คน ข้อหาจำหน่ายสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหา “ปลุกระดม” โดยเฉพาะหนังสือ “The Troublemaker” ซึ่งเป็นชีวประวัติของจิมมี ไหล นักธุรกิจสื่อและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชื่อดัง
ฮ่องกงจับเจ้าของร้านหนังสือ-พนักงาน ปมจิมมี ไหล
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทางการเมืองในฮ่องกง ร้านบุ๊ก พันช์ต้องปิดตัวชั่วคราวโดยติดป้าย “หยุดพักเนื่องจากเหตุฉุกเฉิน” โฆษกตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายและสถานการณ์จริงเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม การจับกุมนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับคดีของจิมมี ไหล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Apple Daily ที่ถูกปิดตัวไปก่อนหน้านี้ เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในข้อหาสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติและปลุกระดม ซึ่งเป็นคดีความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกง
พื้นหลังคดีฮ่องกงจับเจ้าของร้านหนังสือ-พนักงาน ปมจิมมี ไหล
จิมมี ไหล คือมหาเศรษฐีสื่อที่เคยร่ำรวยจากการทำธุรกิจเสื้อผ้า ก่อนหันมาทำสื่อเพื่อต่อต้านอิทธิพลจากจีนแผ่นดินใหญ่ Apple Daily เป็นสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างดุเดือด โดยเฉพาะนับตั้งแต่กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Law) บังคับใช้ในปี 2020 หนังสือชีวประวัติ “The Troublemaker” เขียนโดยมาร์ก คลิฟฟอร์ด นักข่าวชาวอเมริกันที่อยู่นิวยอร์ก เขาให้สัมภาษณ์ว่า “น่าเศร้าที่หนังสือเกี่ยวกับนักสื่อที่ติดคุกเพราะส่งเสริมเสรีภาพ กลับถูกมองว่าเป็นการปลุกระดม”
กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ “มาตรา 23” หรือกฎหมายความมั่นคงภายในที่เพิ่งบังคับใช้ใหม่ โทษสำหรับข้อหาปลุกระดมสูงสุด 7 ปีจำคุก หากสมคบกับต่างชาติจะเพิ่มเป็น 10 ปี นอกจากนี้ เมื่อ 23 มี.ค. รัฐบาลฮ่องกงยังออกกฎใหม่ให้ศุลกากรยึดของต้องสงสัยได้ทันที และตำรวจที่มีหมายศาลสามารถสั่งให้ส่งรหัสผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล หากขัดขืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
- จับกุมเจ้าของร้านและพนักงาน 4 คน รวมเจ้าของ
- ข้อหาจำหน่ายหนังสือชีวประวัติจิมมี ไหล
- ร้านปิดชั่วคราวทันที
- เชื่อมโยงกฎหมายมาตรา 23 และ National Security Law
- สร้างความกังวลเรื่องเสรีภาพสื่อ
ผลกระทบจากเหตุการณ์ฮ่องกงจับเจ้าของร้านหนังสือ-พนักงาน ปมจิมมี ไหล
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮ่องกงจับกุมคนในวงการสื่อ ก่อนหน้านี้มีเจ้าของหนังสือพิมพ์ถูกจับไปแล้ว เอเลน เพียร์สัน จากฮิวแมนไรท์วอตช์ วิจารณ์ว่า “ฮ่องกงกำลังกลายเป็นดิสโทเปีย การไล่ล่าความมั่นคงทางการเมืองจะยิ่งสร้างความไม่มั่นคง” ชาวฮ่องกงหลายคนเริ่มเซ็นเซอร์ตัวเอง ไม่กล้าแตะหนังสือการเมือง ร้านหนังสืออิสระหายไปทีละแห่ง สื่อต่างชาติอย่าง The Guardian ก็รายงานข่าวนี้อย่างกว้างขวาง
ในมุมกว้างขึ้น กฎหมายเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือปราบปรามฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะหลังการประท้วงใหญ่ปี 2019 ที่เรียกร้องประชาธิปไตย ปัจจุบันฮ่องกงภายใต้การปกครองแบบ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” กำลังถูกจีนแทรกแซงมากขึ้น ส่งผลให้เสรีภาพกดลดลงตามดัชนีขององค์กรระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์ชี้ว่า คดีนี้จะทำให้ผู้ประกอบการสื่อและร้านหนังสือยิ่งหวาดกลัว ไม่กล้ารับหนังสือที่วิพากษ์รัฐบาล
ไม่เพียงแต่ฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังกระทบภาพลักษณ์จีนในสายตานานาชาติ สหประชาชาติและสหภาพยุโรปต่างเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับและยกเลิกกฎหมายกดทับ หากคุณสนใจประเด็นสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์เอเชีย เรื่องนี้คือตัวอย่างชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
สุดท้ายแล้ว เหตุการณ์ ฮ่องกงจับเจ้าของร้านหนังสือ-พนักงาน ปมจิมมี ไหล สะท้อนให้เห็นว่าเสรีภาพในการอ่านและแสดงออกกำลังถูกคุกคามอย่างหนักในฮ่องกง คุณคิดว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!
ที่มา – ฮ่องกงจับเจ้าของร้านหนังสือ-พนักงาน ปมขายหนังสือชีวประวัติ “จิมมี ไหล”


