เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ 'น้ำมันดีเซล' หวั่นไม่มีใส่เครื่องสูบน้ำ ลงนาข้าว

เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล”

สถานการณ์ตึงเครียดในวงการเกษตรกำลังเป็นที่ฮือฮา เมื่อเกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล”กันยาวเหยียดตามปั๊มน้ำมันในจังหวัดกำแพงเพชร หวั่นว่าน้ำมันจะขาดแคลนในช่วงสำคัญที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำลงนาข้าว โดยเฉพาะข้าวที่กำลังอยู่ในระยะตั้งท้อง ซึ่งต้องการน้ำอย่างเร่งด่วน หากพลาดไปอาจกระทบผลผลิตทั้งฤดูกาล

เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้ามืด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าปั๊มน้ำมันหลายแห่งในตัวเมืองกำแพงเพชรแน่นขนัด เกษตรกรและประชาชนนำรถยนต์ รถกระบะ และถังแกลลอนมารอต่อคิวยาวเป็นกิโลเมตร บางคนตื่นตั้งแต่ตีสี่ตระเวนปั๊มหลายแห่งกว่าจะได้น้ำมัน สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในคำยืนยันของรัฐบาลที่ว่าน้ำมันยังเพียงพอ

เกษตรกรต่อคิวซื้อน้ำมันดีเซลที่กำแพงเพชร

เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” เพื่อเครื่องสูบน้ำ

เกษตรกรรายหนึ่งซึ่งมีที่นาข้าว 30 ไร่ เล่าว่าต้องนำถังแกลลอน 20 ลิตร 2 ถังมาซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อใช้สูบน้ำลงนา “ตอนนี้ข้าวกำลังตั้งท้อง ต้องการน้ำมาก ถ้าไม่มีน้ำมันเครื่องสูบน้ำหยุดชะงัก ต้นข้าวเสียหายหมด รัฐบาลบอกว่าน้ำมันพอ แต่เราไม่เชื่อ ต้องรีบตุนไว้ก่อน” เขากล่าวด้วยสีหน้ากังวล อายุกว่า 60 ปีแล้วยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

นอกจากรถเกษตรกรแล้ว ยังมีรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก และรถโดยสารต่อคิวยาว ปั๊มต้องออกมาตรการจำกัดการซื้อ เช่น รถกระบะเติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เพื่อกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง

ทำไม “น้ำมันดีเซล” ถึงสำคัญต่อเกษตรกรขนาดนี้

น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำที่ใช้ในฤดูเพาะปลูกข้าวไทย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ในช่วงที่ข้าวเข้าสู่ระยะตั้งท้องหรือออกดอก (ประมาณ 40-60 วันหลังหว่าน) ต้นข้าวต้องการน้ำชลประทานสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเครียดจากภัยแล้ง หากขาดน้ำ อาจทำให้ดอกข้าวร่วง ผลผลิตลดลง 20-50% ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรที่พึ่งพาข้าวเป็นหลัก

  • ต้นทุนสูงขึ้น: น้ำมันดีเซลคิดเป็น 20-30% ของต้นทุนการผลิตข้าว
  • ผลผลิตลด: ขาดน้ำในระยะวิกฤต เมล็ดข้าวฝ่อ ลดคุณภาพ
  • ความเสี่ยงซ้ำเติม: ราคาน้ำมันผันผวนจากสถานการณ์โลก ทำให้เกษตรกรหวั่นเกรง
  • ผลกระทบเศรษฐกิจท้องถิ่น: กำแพงเพชรเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญ หากเสียหายทั้งพื้นที่จะกระทบตลาดข้าวทั้งประเทศ

สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่กำแพงเพชรเท่านั้น แต่เริ่มลุกลามในหลายจังหวัดเกษตรกรรมหนัก เนื่องจากข่าวราคาน้ำมันโลกพุ่งและนโยบาย补贴ของรัฐที่อาจไม่ยั่งยืน เกษตรกรหลายคนเริ่มมองหาทางเลือก เช่น เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ หรือระบบน้ำหยดเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน

คำแนะนำสำหรับเกษตรกรในช่วงวิกฤตน้ำมัน

เพื่อรับมือสถานการณ์เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” แบบนี้ เกษตรกรควร:

  • ตุนน้ำมันดีเซลในปริมาณพอดี อย่าตุนมากเกินไป
  • ตรวจสอบเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน ลดการสิ้นเปลือง
  • ติดตามข่าวสารจากกรมการเกษตรและ ปตท. อย่างใกล้ชิด
  • พิจารณาลงทุนเครื่องจักรประหยัดน้ำมันหรือพลังงานทดแทน

สุดท้าย สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของภาคเกษตรไทยที่พึ่งพาพลังงานนำเข้า หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้จริง เช่น เปิดเผยสต็อกน้ำมันชัดเจนหรือเร่งนำเข้าก็จะช่วยคลี่คลายได้ เกษตรกรควรมีแผนสำรองเพื่อไม่ให้ฤดูเก็บเกี่ยวเสียหาย คุณเป็นเกษตรกรหรือไม่? แชร์ประสบการณ์การรับมือวิกฤตน้ำมันในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนเกษตรกรด้วยนะครับ!

ที่มา – เกษตรกรไม่วางใจ แห่ต่อคิวซื้อ “น้ำมันดีเซล” หวั่นไม่มีใส่เครื่องสูบน้ำ ลงนาข้าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: