เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกก่อนทรัมป์-สีซัมมิต กลายเป็นประเด็นความมั่นคงที่ได้รับความสนใจอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออก หลังเกาหลีใต้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จากพื้นที่เมืองวอนซาน โดยขีปนาวุธทั้งสองลูกถูกยิงลงสู่ทะเลตะวันออก และมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 3 ชั่วโมง
คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การยิงลูกแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขีปนาวุธเดินทางได้ราว 450 กิโลเมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตรวจพบการยิงลูกที่สองในเวลาประมาณ 17.50 น. โดยลูกที่สองบินไปได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตร ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อระบุชนิดและคุณสมบัติของอาวุธอย่างละเอียด
เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกก่อนทรัมป์-สีซัมมิต
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 24 กันยายน ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าการยิงครั้งนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองและความมั่นคงจากรัฐบาลเปียงยาง
แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า การยิงขีปนาวุธเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประชุมสุดยอดหรือไม่ แต่ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นทำให้ประเด็นเกาหลีเหนือมีโอกาสถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมโครงการนิวเคลียร์และการลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี
รายละเอียดการยิงขีปนาวุธจากเมืองวอนซาน
หน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ติดตามการยิงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับญี่ปุ่น เพื่อประเมินเส้นทางการบิน ระยะทาง และลักษณะของขีปนาวุธแต่ละลูก การประสานงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมของสามประเทศพันธมิตรในการรับมือกับความเคลื่อนไหวทางทหารของเกาหลีเหนือ
- ขีปนาวุธลูกแรกถูกยิงจากเมืองวอนซาน และเดินทางได้ประมาณ 450 กิโลเมตร
- ขีปนาวุธลูกที่สองถูกยิงห่างจากลูกแรกประมาณ 3 ชั่วโมง และบินได้มากกว่า 600 กิโลเมตร
- ขีปนาวุธทั้งสองลูกตกลงสู่ทะเลตะวันออก โดยไม่มีรายงานความเสียหายต่อพื้นที่พลเรือน
- เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ประเภทของอาวุธ
หลังตรวจพบการยิงลูกแรก สำนักความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ได้จัดประชุมฉุกเฉินร่วมกับกระทรวงกลาโหมและคณะเสนาธิการร่วม เพื่อประเมินผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ยังเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการดำเนินการทางทหารที่ยั่วยุ และเตือนว่าการยิงขีปนาวุธอาจเข้าข่ายละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
มติดังกล่าวห้ามเกาหลีเหนือพัฒนาและทดสอบโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงเทคโนโลยีขีปนาวุธที่สามารถนำไปใช้ทางทหาร อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าเป็นมาตรการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค
บริบทความตึงเครียดหลังการซ้อมรบร่วม
การยิงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกจากพื้นที่เดียวกัน เมื่อวันที่ 12 กันยายน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมทางทหารไตรภาคี ทำให้เกาหลีเหนือออกมาแสดงท่าทีคัดค้านและมองว่าการฝึกซ้อมเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศ
ในมุมของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ การฝึกซ้อมทางทหารมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมในการป้องกันประเทศและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่เกาหลีเหนือมักตอบโต้ด้วยการทดสอบขีปนาวุธหรือออกแถลงการณ์เตือน ส่งผลให้คาบสมุทรเกาหลียังคงเผชิญความเสี่ยงจากความเข้าใจผิดและการยกระดับทางทหาร
สำหรับการประชุมทรัมป์-สี จิ้นผิง ประเด็นเกาหลีเหนือถือเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ทั่วโลกจับตา เพราะจีนมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการทูตของเกาหลีเหนือ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการให้จีนใช้ความสัมพันธ์ของตนกับเปียงยางช่วยผลักดันให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
การที่ เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกก่อนทรัมป์-สีซัมมิต จึงอาจเป็นทั้งการทดสอบศักยภาพทางทหารและการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเปียงยางยังคงต้องการมีบทบาทบนเวทีระหว่างประเทศ การประเมินเจตนาที่แท้จริงจำเป็นต้องรอข้อมูลจากหลายฝ่าย รวมถึงรายละเอียดด้านความเร็ว วิถีการบิน และรุ่นของขีปนาวุธ
สิ่งที่น่าติดตามหลังจากนี้คือท่าทีของสหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมถึงการตอบสนองของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หากมีการยิงเพิ่มเติมหรือการทดลองอาวุธที่มีพิสัยไกลขึ้น ความตึงเครียดในภูมิภาคอาจเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว ดังนั้นทุกฝ่ายควรใช้ช่องทางการทูตควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
โดยสรุป เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าเกาหลีเหนือยังคงใช้ขีปนาวุธเป็นเครื่องมือแสดงจุดยืนและสร้างแรงกดดันทางการเมือง การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และการวิเคราะห์อย่างรอบด้านจึงมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ที่มา – เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 2 ลูกห่างกัน 3 ชั่วโมง ก่อนทรัมป์-สีซัมมิต


