เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัด หลังพื้นที่ตอนบนของประเทศมีฝนตกหนัก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานจึงปรับแผนบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้เตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงระยะ 1-9 วันข้างหน้า
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัด
กรมชลประทานออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 3 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลคาดการณ์ระบุว่า วันที่ 29 กันยายน 2569 สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400-1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ลำน้ำสาขาจะมีน้ำเพิ่มอีกประมาณ 150-200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1,550-1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สิ่งที่ประชาชนควรรู้หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ
เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับปริมาณฝนและน้ำท่า กรมชลประทานจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 1,000-1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำในระดับดังกล่าวอาจทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.50-1.50 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
เบื้องต้นคาดว่าการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่มีแนวป้องกันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณน้ำจากทางตอนบนเพิ่มขึ้นจนทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนมากกว่า 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หน่วยงานจะประกาศแจ้งเตือนเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างเหมาะสม
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ประมาณ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อน 16.79 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และระดับน้ำท้ายเขื่อน 11.07 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง โดยระดับน้ำยังห่างจากตลิ่งประมาณ 5.27 เมตร ขณะที่อัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 990 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
11 จังหวัดควรเตรียมตัวอย่างไร
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นระยะ และเตรียมความพร้อมในบ้านอย่างเป็นขั้นตอน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ แนวทางเบื้องต้นที่ควรทำมีดังนี้
- ติดตามประกาศจากกรมชลประทาน จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
- ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นไว้ในที่สูง
- ตรวจสอบความแข็งแรงของกระสอบทราย ประตูระบายน้ำ และแนวป้องกันน้ำรอบบ้าน
- เตรียมน้ำดื่ม ยารักษาโรค อาหารแห้ง ไฟฉาย และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม
- วางแผนเส้นทางเดินทางและจุดปลอดภัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดบ้าน
- หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แม่น้ำหรือบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง หากมีฝนตกต่อเนื่อง
แม้การแจ้งเตือนครั้งนี้ยังไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะเกิดน้ำท่วม แต่เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อให้ชุมชนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำได้ดีขึ้น การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศยังมีฝนตกหนักเป็นบางพื้นที่
สถานการณ์น้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ประชาชนจึงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้และเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันและตอบสนองตามประกาศอย่างทันท่วงที ก็จะช่วยลดผลกระทบจากการระบายน้ำและเพิ่มความปลอดภัยให้กับชุมชนริมเจ้าพระยาได้
ข้อแนะนำ: หากคุณอยู่ในหนึ่งใน 11 จังหวัดที่ได้รับแจ้งเตือน ควรตรวจสอบระดับน้ำบริเวณบ้านตั้งแต่วันนี้ เตรียมสิ่งของจำเป็น และแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้องให้คนในครอบครัว เพื่อรับมือสถานการณ์อย่างมีสติและปลอดภัย
ที่มา – เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำขึ้นสูง


