'เจดี แวนซ์' ชี้เป้าหมายสูงสุดสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน คือลดราคาน้ำมัน ไม่ใช่ยับยั้งนิวเคลียร์

เจดี แวนซ์ ชี้เป้าหมายสูงสุดสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน คือลดราคาน้ำมัน ไม่ใช่ยับยั้งนิวเคลียร์

ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่าทีของรัฐบาลวอชิงตันดูเหมือนจะมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เมื่อล่าสุด เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อว่า สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในเวลานี้ไม่ใช่การยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอีกต่อไป แต่เป็นการแก้ปัญหาปากท้องของชาวอเมริกันผ่านการดึงราคาน้ำมันให้ถูกลง

เจดี แวนซ์ ชี้เป้าหมายสูงสุดสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน คือลดราคาน้ำมัน ไม่ใช่ยับยั้งนิวเคลียร์

การออกมาให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ นิวส์ ของรองประธานาธิบดีแวนซ์ ทำให้ทั่วโลกจับตามองถึงการจัดลำดับความสำคัญของทำเนียบขาวใหม่ โดย เจดี แวนซ์ ชี้เป้าหมายสูงสุดสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน คือลดราคาน้ำมัน ไม่ใช่ยับยั้งนิวเคลียร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ผันผวนกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ มากกว่าเรื่องความมั่นคงทางทหารในระยะยาว

ทำไมราคาน้ำมันถึงกลายเป็นประเด็นอันดับหนึ่ง?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อิหร่านมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นคือการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานสายเลือดหลักของโลก ทำให้เมื่อเกิดความไม่สงบ ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของชาวอเมริกันทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทรัมป์จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเลือกวิธีจัดการกับอิหร่าน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะตามมาในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

หากเราวิเคราะห์ดูแนวทางที่ เจดี แวนซ์ ชี้เป้าหมายสูงสุดสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน คือลดราคาน้ำมัน ไม่ใช่ยับยั้งนิวเคลียร์ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพยายามรักษาสมดุลอย่างหนักระหว่าง:

  • การกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะรานผ่านการโดดเดี่ยวทางการเงิน
  • การรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันในตลาดโลก
  • การป้องกันไม่ให้อิหร่านก้าวขึ้นมาเป็นภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ (ซึ่งตอนนี้ถูกลดระดับความสำคัญรองลงมา)

สถานการณ์นี้ยังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากสต็อกอาวุธเริ่มลดลง และการทำสงครามในระยะยาวไม่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอเมริกัน พรรครีพับลิกันเองก็หวั่นเกรงว่าผลกระทบจากสงครามและราคาน้ำมันอาจส่งผลเสียต่อที่นั่งในรัฐสภาหากไม่สามารถหาทางออกที่รวดเร็วได้

บทสรุปของเรื่องนี้อาจไม่ได้จบลงที่ชัยชนะทางทหาร แต่เป็นการเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อน โดยที่รัฐบาลต้องทำให้แน่ใจว่าค่าครองชีพของประชาชนจะไม่พุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ นี่คือความท้าทายที่แท้จริงของการเมืองระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน ที่สุดท้ายแล้ว เรื่องของ ‘ราคาน้ำมัน’ อาจมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่าเรื่องนิวเคลียร์เสียอีก

ที่มา – “เจดี แวนซ์” ชี้เป้าหมายสูงสุดสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน คือลดราคาน้ำมัน ไม่ใช่ยับยั้งนิวเคลียร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: