เจ้าของทีมเซาแธมป์ตันยืนยันจะไม่ปลดกุนซือ Tonda Eckert
ในวงการฟุตบอล เรื่องราวอื้อฉาวเกี่ยวกับการสอดแนมหรือการจารกรรมข้อมูลระหว่างฝึกซ้อมถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนความรู้สึกแฟนบอลอย่างมาก เช่นเดียวกับกรณีของสโมสรเซาแธมป์ตันที่เพิ่งผ่านพ้นมรสุมลูกใหญ่จากการถูกตัดสิทธิ์ในรอบเพลย์ออฟศึกแชมเปียนชิป อย่างไรก็ตาม เจ้าของทีมเซาแธมป์ตันยืนยันจะไม่ปลดกุนซือ Tonda Eckert แม้ว่าโค้ชชาวเยอรมันวัย 33 ปีรายนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการลับอันน่าตกใจก็ตาม
Dragan Solak นักธุรกิจชาวเซอร์เบียผู้เป็นเจ้าของสโมสรได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง BBC Sport ถึงอนาคตของกุนซือรายนี้ว่า เขายังคงให้การสนับสนุน Eckert อย่างเต็มที่เพราะมองว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูง แม้ว่าตัวกุนซือจะยอมรับว่าเป็นผู้ริเริ่มวางแผนการสอดแนมคู่แข่งจริงจนสโมสรต้องได้รับบทลงโทษตัดคะแนนและถูกตัดสิทธิ์จากการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกก็ตาม
เหตุผลที่เจ้าของทีมเซาแธมป์ตันยืนยันจะไม่ปลดกุนซือ Tonda Eckert
Solak เปิดเผยว่าเขายังคงเชื่อมั่นในตัวกุนซือหนุ่มรายนี้ โดยให้เหตุผลว่าในลีกอิตาลีหรือเยอรมนีที่ Eckert เคยทำงานมาก่อน สิ่งเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครใส่ใจมากนัก แต่สำหรับการมาทำทีมในอังกฤษ เขาได้กำชับให้กุนซือต้องเรียนรู้กฎระเบียบของ EFL ให้ขึ้นใจและย้ำว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้าย หากทำผิดซ้ำอีกคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนี้ เขายังเปรียบเทียบว่าการพุ่งล้มในสนามสร้างผลกระทบต่อเกมมากกว่าการสอดแนมเสียอีก
กรณีที่ FA อาจตัดสินแบนกุนซือ
หากสมาคมฟุตบอล (FA) ตัดสินใจแบน Tonda Eckert ในอนาคต Solak ยอมรับว่าคงไม่สามารถขัดขืนกฎได้ แต่เขาก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทางกฎหมายและยืนยันว่าสโมสรได้รับบทลงโทษที่รุนแรงเกินไปแล้วเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ผลกระทบต่อทีมและอนาคตที่ต้องจับตา
- สโมสรเซาแธมป์ตันถูกตัดสิทธิ์จากรอบเพลย์ออฟและหักคะแนนในฤดูกาล 2026-27
- มีประเด็นเรื่องพนักงานระดับปฏิบัติการที่รู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมนี้ ซึ่ง Solak ได้ออกมาขอโทษและพร้อมให้โอกาสพนักงานเหล่านั้นทำงานต่อ
- ทีมงานของ Eckert ได้รับบทเรียนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อแฟนบอลและโอกาสในการเลื่อนชั้นมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์
ความผิดพลาดในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับเซาแธมป์ตัน แม้ว่าเจ้าของทีมจะยังคงยืนหยัดเคียงข้างกุนซือ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการกอบกู้ความเชื่อมั่นจากแฟนบอลและสื่อมวลชนที่มองว่านี่คือการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร ความเป็นมืออาชีพในสนามจะกลายเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า Eckert จะสามารถพิสูจน์ตัวเองเพื่อลบคำสบประมาทได้หรือไม่ หรือเขาจะต้องแยกทางกับทีมในที่สุดหากเกิดปัญหาซ้ำเดิม
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ




