เจ้าของร่วม Chelsea หารือขายหุ้นสโมสร
แฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” อาจจะต้องเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า Todd Boehly ประธานสโมสร และ Mark Walter หนึ่งในผู้บริหาร ได้มีการพูดคุยกันถึงความเป็นไปได้ในการขายหุ้นที่ตนเองถืออยู่ใน Chelsea ให้กับ Clearlake Capital ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทีมในปัจจุบัน
เบื้องลึกเบื้องหลัง เจ้าของร่วม Chelsea หารือขายหุ้นสโมสร
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับ แต่เป็นผลมาจากความเห็นที่ไม่ตรงกันภายในกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งความขัดแย้งนี้เริ่มเป็นที่จับตามองตั้งแต่ปี 2024 โดยทั้งสองฝ่ายต่างเคยพิจารณาที่จะซื้อหุ้นของอีกฝั่งเพื่อเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า Clearlake Capital ที่ถือหุ้นอยู่ถึง 61.5% ภายใต้การนำของ Behdad Eghbali และ Jose E. Feliciano อาจจะเป็นฝ่ายที่เดินหน้าซื้อหุ้นของฝั่ง Boehly และ Walter แทน
สำหรับการประเมินมูลค่าของสโมสรนั้น มีการคาดการณ์กันว่าตัวเลขอาจสูงถึง 5 พันล้านปอนด์ ซึ่งหากการเจรจานี้จบลงด้วยการขายหุ้นจริง ทั้ง Boehly และ Walter ซึ่งถือหุ้นคนละ 12.8% ก็น่าจะได้รับเงินส่วนแบ่งคนละประมาณ 640 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
ผลกระทบต่ออนาคตของทัพสิงห์บลูส์
นอกจากประเด็นเรื่องการขายหุ้นแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความตึงเครียดคือแผนการพัฒนาสนาม Stamford Bridge หรือการย้ายสนามใหม่ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีมุมมองที่ต่างกันในเรื่องของการออกแบบและงบประมาณ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหารที่ Boehly เตรียมจะถูกแทนที่ด้วยตัวแทนจาก Clearlake ในช่วงสิ้นฤดูกาลนี้ ตามข้อตกลงเดิมที่เคยทำไว้ตอนซื้อสโมสรจาก Roman Abramovich
การตัดสินใจเรื่อง เจ้าของร่วม Chelsea หารือขายหุ้นสโมสร ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แฟนบอลต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เพียงแค่ส่งผลต่อการเงินของสโมสร แต่ยังรวมถึงทิศทางการทำทีมของ Xabi Alonso ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย
- Todd Boehly และ Mark Walter ถือหุ้นฝ่ายละ 12.8%
- Clearlake Capital เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 61.5%
- ประเด็นสนามแข่งคือจุดแตกหักที่สำคัญ
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สิ่งที่แฟนบอล Chelsea ต้องการเห็นที่สุดก็คือความมั่นคงและการก้าวเดินไปข้างหน้าของทีมเพื่อให้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง คุณคิดว่าการเปลี่ยนมือเจ้าของครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อสโมสรหรือไม่? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลยครับ
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



