เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในจังหวัดลำปางกันครับ เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก ซึ่งเป็นกุฏิไม้เก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ภายในวัดม่อนปู่ยักษ์ หรือวัดม่อนสันฐาน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจอย่างมากให้กับชาวบ้านและพระสงฆ์ในพื้นที่

เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ ที่กุฏิไม้โบราณซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของวัด ยังคงมีกลุ่มควันไฟปะทุขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทีมกู้ภัยสมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ภัยสว่างลำปาง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครลำปาง ยังคงฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อป้องกันไฟปะทุซ้ำ พร้อมเตรียมรถแบ็กโฮเพื่อรื้อถอนซากปรักหักพังและสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด นอกจากนี้ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในกุฏิก็กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อดูว่ามีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน

ความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้จากไฟไหม้กุฏิโบราณ

นายประสงค์ มานพ อดีตไวยาวัจกรวัด ได้เล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกสะเทือนใจ บางคนถึงกับร้องไห้ เพราะวัดม่อนปู่ยักษ์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนมาอย่างยาวนาน หากมีการบูรณะใหม่ก็คงไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสที่ทุ่มเทดูแล บูรณะ และพัฒนาวัดมาตลอด เมื่อกลับมาเห็นสภาพเจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก สร้างความสะเทือนใจให้ทุกคนที่พบเห็น

เบื้องต้นคาดว่าความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้นี้อาจสูงกว่า 200 ล้านบาท หรืออาจประเมินค่าไม่ได้เลย เนื่องจากเป็นโบราณสถานและศิลปกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัดม่อนปู่ยักษ์แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและศูนย์รวมศรัทธาของชาวลำปาง กุฏิไม้โบราณนี้สร้างด้วยไม้สักคุณภาพสูง ผสมผสานศิลปะแบบล้านนาโบราณ ทำให้เป็นมรดกที่หายากมาก

เรามาดูรายละเอียดผู้มีส่วนร่วมในการรับมือเหตุการณ์นี้กันครับ:

  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง: ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานช่วยเหลือ
  • นายอำเภอเมืองลำปาง: ช่วยกำกับดูแลการดับไฟและรื้อซาก
  • นายกเทศมนตรีนครลำปาง: สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
  • ทีมกู้ภัยท้องถิ่น: ฉีดน้ำป้องกันไฟลุกไหม้ซ้ำ

นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อาจได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ทำให้ทุกคนยิ่งกังวล สาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่เบื้องต้นเชื่อว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ชัดเจน

เหตุการณ์เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซากนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัดวาอารามโบราณที่เป็นหัวใจของชุมชนไทย การบำรุงรักษาไฟฟ้าและระบบป้องกันไฟไหม้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในอนาคต

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมของเราต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้ละเลย อาจสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย คุณล่ะคิดอย่างไร? มาช่วยกันอนุรักษ์มรดกไทยด้วยการแบ่งปันเรื่องนี้ และสนับสนุนการบูรณะวัดม่อนปู่ยักษ์กันเถอะครับ ถ้ามีโอกาส ลองแวะไปทำบุญที่วัดนี้ดู สัมผัสความศรัทธาและประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง!

ที่มา – เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: