ไม่พบหัวข้อ

เชลซีคว้าตัว ปาเลสตรา แนวรับอิตาลีร่วมทีม ด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์

เชลซีคว้าตัว ปาเลสตรา แนวรับอิตาลีร่วมทีม ด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์

แฟนบอลเดอะบลูส์ได้เฮกันลั่น! ล่าสุด เชลซีคว้าตัว ปาเลสตรา แนวรับอิตาลีร่วมทีม จากอตาลันต้าเรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัวรวมแอดออนประมาณ 47 ล้านปอนด์ โดยแบ็กขวาวัย 21 ปีรายนี้ถือเป็นการเสริมทัพรายแรกภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง ชาบี อลอนโซ่ ซึ่งเซ็นสัญญาฉบับยาวถึง 6 ปีพร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีกหนึ่งปี

ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่า ปาเลสตรา กำลังจะมีโอกาสย้ายกลับไปร่วมทีมอินเตอร์ มิลาน สโมสรในวัยเด็ก แต่เชลซีก็เดินเกมรวดเร็วด้วยการทุ่มข้อเสนอที่เหนือกว่าและแพ็กเกจค่าเหนื่อยที่ดึงดูดใจมากกว่า ทำให้การย้ายมาลอนดอนเป็นเรื่องจริงในที่สุด โดยเจ้าตัวเผยว่าตื่นเต้นมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรระดับโลกอย่างที่นี่

ใครคือ ปาเลสตรา ที่เชลซีคว้าตัวมาร่วมทีม?

เส้นทางค้าแข้งของเขาถือว่ามีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก จากลีกระดับสามของอิตาลีสู่นักเตะชุดใหญ่ของเชลซีภายในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเขาถูกส่งไปหาประสบการณ์กับ กายารี่ และโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนคว้ารางวัลกองหลังยอดเยี่ยมแห่งปีของศึกเซเรีย อา มาครองได้สำเร็จ

สถิติที่น่าสนใจของ ปาเลสตรา

สถิติบ่งบอกว่าเขามีสไตล์การเล่นที่ดุดันและบุกมันส์มาก โดยเฉพาะการเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ที่ทำได้สูงสุดในบรรดากองหลังทั่วยุโรป สิ่งนี้เองที่ทำให้ เชลซีคว้าตัว ปาเลสตรา แนวรับอิตาลีร่วมทีม เพื่อนำมาเติมเต็มแผนการเล่นของชาบี อลอนโซ่ ที่อาจเน้นระบบหลังสามตัว ซึ่งเหมาะกับสไตล์การเล่นของกองหลังรายนี้ที่สามารถเล่นได้ทั้งแบ็กขวาและวิงแบ็ก

นอกเหนือจากดีลนี้ เชลซียังคงเดินหน้าเสริมทัพต่อเนื่องทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก กองกลาง และแนวรุกเพื่อยกระดับทีมให้ดีขึ้นหลังจากจบในอันดับที่ 10 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าฟอร์มการเล่นของปาเลสตราบนเวทีพรีเมียร์ลีกจะร้อนแรงเหมือนสมัยที่เล่นในอิตาลีหรือไม่

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลเชลซีหรือไม่ แต่การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นดีลที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน มาลุ้นกันว่าผลงานในสนามของเขากับกุนซือใหม่อย่างอลอนโซ่จะพาเชลซีกลับมาสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้งหรือไม่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: