'เชาว์' สวนเดือด 'ศุภชัย' ย้ำ 'อภิสิทธิ์' ไม่เคยเอ่ยชื่อพรรค ฟาดเจ็บ 'วัวสันหลังหวะ'

“เชาว์” สวนเดือด “ศุภชัย” ฟาดเจ็บ “วัวสันหลังหวะ”

“เชาว์” สวนเดือด “ศุภชัย” ฟาดเจ็บ “วัวสันหลังหวะ”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อตอบโต้นายศุภชัย ใจสมุทร จากพรรคภูมิใจไทย หลังจากที่มีการพาดพิงถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีการเสวนาเรื่อง “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ” ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะประเด็นที่นายเชาว์มองว่าการที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยออกมาร้อนตัวนั้น เข้าข่ายสำนวนไทยที่ว่า “เชาว์” สวนเดือด “ศุภชัย” ฟาดเจ็บ “วัวสันหลังหวะ” อย่างชัดเจน

เปิดปมร้อน: ทำไมถึงเรียก “วัวสันหลังหวะ”?

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวในงานเสวนาโดยตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่พรรคการเมืองอาจมีอิทธิพลต่อวุฒิสภา (สว.) จนส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ แต่กลับไม่มีการเอ่ยชื่อพรรคการเมืองใดๆ ออกมาเลย อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยกลับรีบออกมาตอบโต้ทันควัน ซึ่งนายเชาว์มองว่านี่คือการตีความไปเองจนเข้าลักษณะ “เชาว์” สวนเดือด “ศุภชัย” ฟาดเจ็บ “วัวสันหลังหวะ” เพราะถ้านายศุภชัยไม่ได้รู้สึกว่าพรรคตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็คงไม่จำเป็นต้องออกมาร้อนตัวแทนในลักษณะเช่นนี้

นายเชาว์ได้ย้ำเตือนผ่านโพสต์ดังกล่าวว่า หัวใจสำคัญของการเสวนาไม่ได้อยู่ที่การย้อนอดีตไปหาเรื่องการบอยคอตเลือกตั้งในปี 2549 หรือ 2557 แต่ประเด็นคือ:

  • ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลของไทยยังมีความน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่?
  • การที่ สว. มีอิทธิพลต่อการคัดเลือกคนเข้าสู่องค์กรอิสระจะนำไปสู่การผูกขาดอำนาจหรือไม่?
  • ประชาธิปไตยไม่ได้มีแค่เรื่องของการเลือกตั้ง แต่รวมถึงหลักนิติรัฐและความโปร่งใส

บทเรียนประวัติศาสตร์หรือตรรกะที่บิดเบี้ยว?

การที่นายศุภชัยนำประวัติศาสตร์การบอยคอตเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์มาอ้าง นายเชาว์มองว่าเป็นการใช้ “เชาว์” สวนเดือด “ศุภชัย” ฟาดเจ็บ “วัวสันหลังหวะ” ด้วยตรรกะที่บิดเบี้ยว เพราะการมองเพียงปลายเหตุโดยไม่สนใจสภาพปัญหาที่แท้จริงของระบบตรวจสอบในเวลานั้น คือการอ่านประวัติศาสตร์แบบไม่ครบถ้วน และเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากคำถามที่สำคัญกว่า ซึ่งก็คือการป้องกันไม่ให้กลไกตรวจสอบถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจทางการเมือง

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของการรักษาหลักการตรวจสอบถ่วงดุล หากปล่อยให้ผู้มีอำนาจสามารถแทรกแซงทุกภาคส่วนได้ สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด การออกมาตั้งคำถามของนายอภิสิทธิ์จึงถือเป็นหน้าที่ของนักการเมืองที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ระบบประชาธิปไตยกลายเป็นเพียงเปลือกนอกครับ

ที่มา – “เชาว์” สวนเดือด “ศุภชัย” ย้ำ “อภิสิทธิ์” ไม่เคยเอ่ยชื่อพรรค ฟาดเจ็บ “วัวสันหลังหวะ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: