เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากฝั่งประเทศยูเครนกันมาบ้าง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศการเมืองในยูเครนดูจะตึงเครียดไม่แพ้สถานการณ์ในสนามรบเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า เซเลนสกีปลด ผบ.ทสส. พ้นตำแหน่งแล้ว หลังโดนประท้วงหลายวัน ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สะเทือนวงการทหารยูเครนอย่างมาก
เกาะติดเหตุการณ์ เซเลนสกีปลด ผบ.ทสส. พ้นตำแหน่งแล้ว หลังโดนประท้วงหลายวัน
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากความไม่พอใจของประชาชน หลังจากที่มีการปลดรัฐมนตรีกลาโหมคนเก่งอย่าง มีไคโล เฟโดรอฟ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งสำหรับชาวเมืองแล้ว เขาคือฮีโร่ผู้ที่เน้นการปฏิรูปกองทัพด้วยเทคโนโลยี ทันสมัย และเป็นคนเปิดแคมเปญระดมทุนอย่าง Army of Drones ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อเกิดการปลดเขาออกไปจึงทำให้เกิดกระแสสังคมที่ไม่อาจนิ่งเฉยได้
เมื่อกระแสการประท้วงเริ่มรุนแรงขึ้นและมีการขู่จะชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ประธานาธิบดีเซเลนสกีจึงตัดสินใจเด็ดขาด โดยประกาศให้ พลเอก โอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ลงจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปในที่สุด ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการกระทำนี้เป็นผลจากแรงกดดันทางสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงสะท้อนจากการเปลี่ยนถ่ายอำนาจ: เซเลนสกีปลด ผบ.ทสส. พ้นตำแหน่งแล้ว หลังโดนประท้วงหลายวัน
- การแต่งตั้ง นายพล มีไคโล ดราปาตี เข้ามารับตำแหน่งแทน กลายเป็นความหวังใหม่ของกองทัพ
- ประชาชนต่างตั้งตารอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในกองทัพหลังจากนี้
- บทเรียนสำคัญเรื่องการสื่อสารระหว่างกองทัพกับประชาชนในภาวะสงคราม
ในมุมมองของผม การที่ เซเลนสกีปลด ผบ.ทสส. พ้นตำแหน่งแล้ว หลังโดนประท้วงหลายวัน นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นสัญญาณของการปรับตัวในวาระวิกฤต กองทัพยูเครนยุคใหม่จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ที่รวดเร็วและใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการตามที่ประชาชนคาดหวัง การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้ยูเครนขับเคลื่อนภารกิจไปข้างหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่านายพลคนใหม่จะสามารถนำทัพฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ดีเพียงใด และจะแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีตได้ทันท่วงทีหรือไม่
สุดท้ายนี้ ในท่ามกลางสงคราม ความไว้วางใจระหว่างรัฐบาล กองทัพ และประชาชน คือสิ่งสำคัญที่สุด หากขาดจุดเชื่อมโยงนี้ไป แม้แต่ผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ที่หนักหนาสาหัสเสมอ
ที่มา – เซเลนสกีปลด ผบ.ทสส.พ้นตำแหน่งแล้ว หลังโดนประท้วงหลายวัน

