เด้ง พล.ต.ท.ทวีศิลป์ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ช่วยราชการกรณีทักษิณ ชั้น 14
ในวงการราชการไทย โดยเฉพาะฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังมีข่าวใหญ่ที่สร้างความสนใจให้กับสื่อและประชาชนจำนวนมาก นั่นคือคำสั่งเด้ง “พล.ต.ท.ทวีศิลป์” แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สตช. กรณีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” ที่รักษาตัวอยู่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ คำสั่งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางดราม่าที่กำลังร้อนระอุเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์และจริยธรรมวิชาชีพ
เด้ง “พล.ต.ท.ทวีศิลป์” แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ช่วยราชการ กรณี “ทักษิณ” ชั้น 14
ตามรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีหนังสือคำสั่งที่ออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พลตำรวจโท ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ (สบ.8) ของโรงพยาบาลตำรวจ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
สาเหตุหลักมาจากมติของคณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ที่มีมติลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เป็นเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 หากฝ่าฝืนโดยยังประกอบวิชาชีพเวชกรรม จะถือเป็นความผิดตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 นอกจากนี้ สตช. ยังมีคำสั่งที่ 371/2568 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่
เหตุผลเบื้องหลังการเด้ง พล.ต.ท.ทวีศิลป์
การพักใบอนุญาตนี้ถือเป็นมาตรการระงับชั่วคราวที่ทำให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์ชั่วคราว ประกอบกับการสืบสวนที่กำลังดำเนินการ จึงก่อให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการประพฤติผิดต่อหน้าที่ หากยังให้ปฏิบัติราชการในโรงพยาบาลตำรวจต่อไป อาจนำไปสู่ความเสียหายต่อราชการได้ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม สตช. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 63 และ 105 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ประกอบระเบียบว่าด้วยการช่วยราชการภายใน สตช. พ.ศ. 2566 สั่งย้ายไปช่วยราชการดังกล่าว โดยยกเว้นหลักเกณฑ์สิ้นสุดการช่วยราชการตามข้อ 11 ของระเบียบ
ในช่วงนี้ พลตำรวจโท ไพบูลย์ เจียมอนุกลูกิจ นายแพทย์ (สบ.8) โรงพยาบาลตำรวจ จะเข้ามารักษาราชการแทนตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเช่นกัน คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การสืบสวนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม
ประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับ “ทักษิณ” ชั้น 14
กรณีนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นหัวใจของดราม่า นายทักษิณเดินทางกลับไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่กลับถูกจับกุมและส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนได้รับการประกันตัวและเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ มีข้อกล่าวหาว่า พล.ต.ท.ทวีศิลป์ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจทางการแพทย์ที่ผิดจริยธรรม โดยเฉพาะการอนุญาตให้รักษาในห้องพิเศษชั้น 14 ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับผู้ป่วย VIP
- ข้อกล่าวหาหลัก: การละเมิดจรรยาบรรณแพทย์ โดยเฉพาะการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ต้องหาคดีอาญา
- ผลกระทบ: สร้างความไม่เป็นธรรมต่อระบบราชการและประชาชนทั่วไป
- การสืบสวน: คณะกรรมการแพทยสภาและ สตช. กำลังตรวจสอบเพื่อหาความจริง
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อชื่อเสียงของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบการแพทย์ของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะโรงพยาบาลตำรวจที่ดูแลบุคลากรตำรวจและบุคคลสำคัญ การเด้งช่วยราชการครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบัน
นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์จากสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสในการรักษาผู้ต้องหาคนดัง ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามว่าทำไมจึงมีห้องชั้น 14 ที่ดูเหมือนเป็นสิทธิพิเศษ และการตัดสินใจของแพทย์ใหญ่มีส่วนอย่างไรบ้าง ข้อมูลจากสื่อเผยว่าการสืบสวนอาจนำไปสู่บทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ หากพบความผิดจริง
เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูพัฒนาการของกรณีนี้ตั้งแต่ต้น นายทักษิณถูกกล่าวหาคดีหลายคดี รวมถึงคดีหมิ่นเบื้องสูงและยักยอกทรัพย์ สนามบิน แต่ได้รับการอภัยโทษจากพระมหากษัตริย์เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 หลังจากนั้นจึงเข้ารักษาตัว การที่ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ถูกพักใบประกอบวิชาชีพ สะท้อนว่าการกระทำอาจขัดต่อหลักจริยธรรมแพทย์ที่ต้องเท่าเทียม
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการแพทย์ กรณีเด้ง พล.ต.ท.ทวีศิลป์ นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎระเบียบ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ ผู้ป่วยทุกคนควรได้รับการรักษาที่เป็นธรรม ไม่ว่าจะสถานะใด หากคุณสนใจประเด็นนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ
สุดท้าย การดำเนินคดีและสืบสวนครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับข้าราชการทุกคนในการรักษามาตรฐานจริยธรรม หากพบความผิดพลาด ควรยอมรับและแก้ไขทันที เพื่อรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน
ที่มา – เด้ง “พล.ต.ท.ทวีศิลป์” แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ช่วยราชการ กรณี “ทักษิณ” ชั้น 14


