เท่าพิภพ ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ลงสนามเลือกตั้งสมัยหน้า แต่เชื่อมั่นว่าคนใหม่จะสานต่องานที่ทำไว้ได้อย่างดี หากชาวคลองสาน ธนบุรี บางปะกอกให้โอกาส
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการตัดสินใจไม่ลงสมัคร สส.กทม. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยระบุว่า “อย่างที่ทราบว่าผมไม่ลงสมัครในเขตเดิม ทางพรรคก็ได้สรรหาผู้สมัครมาจนจะจบสิ้นกระบวนการแล้วครับ ปัจจุบันคือนายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ผมต้องกราบขอฝากนัทชายไว้ให้ชาวคลองสาน ธนบุรี บางปะกอกได้ใช้งานด้วยนะครับ”
นายเท่าพิภพ ยังได้กล่าวถึงคุณสมบัติและความสามารถของนายณพัฎน์ ผู้สมัครที่ได้รับการเสนอชื่อให้สานต่องานในพื้นที่ว่า “นัทเป็นคนมีความสามารถ เคยเป็นผู้ช่วย “หมออาร์ท” นายธัญธร ธนินวัฒนาธร สส.กทม.พรรคประชาชน ลงพื้นที่มาก่อน หลังจากผมลงพื้นที่กับนัทพบว่าสิ่งที่นัทมีและผมตะลึงที่สุดคือความสามารถการฟังด้วยหัวใจ ผมสังเกตบทสนทนาที่ผมหรือนัทมีร่วมกับประชาชนที่เราเจอทีไร นัทจะตั้งใจฟังด้วยหัวใจจนผมรับรู้ได้เชื่อว่าด้วยทักษะนี้ นัทจะมาช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องได้ไม่ยาก ที่เหลือก็คือต้องสั่งสมประสบการณ์”
การตัดสินใจของเท่าพิภพ ครั้งนี้ สร้างความสนใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลายคนแสดงความเสียดายที่เขาจะไม่ลงสมัครอีก แต่ก็พร้อมสนับสนุนผู้สมัครคนใหม่ที่จะมาสานต่องานสำคัญต่อไป
เท่าพิภพ วางมือการเมือง!
นายเท่าพิภพ ยืนยันหนักแน่นว่าจะให้การสนับสนุนนายณพัฎน์อย่างเต็มที่ และพร้อมเป็นลมใต้ปีกให้เสมอ เขามั่นใจว่าผลงานและความฝันที่เขาได้สร้างไว้ในฐานะ สส. ที่สำเร็จไปแล้วกว่า 80% นั้น จะได้รับการสานต่อจากนายณพัฎน์ อีก 20% และจะสามารถเริ่มต้นสร้างความฝันของตัวเองให้สำเร็จได้อีก 80% และส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้ต่อไป
การประกาศไม่ลงสมัคร สส. ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเส้นทางการเมืองของนายเท่าพิภพ แต่เขายังคงยืนยันที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไปในบทบาทอื่นๆ และให้การสนับสนุนผู้สมัครคนใหม่ที่จะมาสานต่องานที่เขาได้เริ่มต้นไว้
อนาคตการเมืองของเท่าพิภพ
แม้ว่าจะไม่ลงสมัคร สส. ในครั้งนี้ แต่เท่าพิภพ ยังคงเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในวงการการเมืองไทย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และความสามารถในการทำงานเพื่อประชาชน ทำให้หลายคนเชื่อว่าเขายังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายย่อย ทำให้เขายังสามารถมีส่วนร่วมในการผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ในหลายมิติ
- การทำงานในภาคประชาสังคม: เท่าพิภพสามารถใช้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถของเขาในการทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น
- การเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบาย: ด้วยความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของประชาชน เท่าพิภพสามารถเป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายให้กับพรรคการเมืองหรือหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
- การให้ความรู้และแรงบันดาลใจ: เท่าพิภพสามารถใช้ชื่อเสียงและประสบการณ์ของเขาในการให้ความรู้และแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม สำหรับเท่าพิภพบนเส้นทางการเมือง
หากคุณเป็นชาวคลองสาน ธนบุรี หรือบางปะกอก อย่าลืมติดตามข่าวสารและทำความรู้จักกับผู้สมัครคนใหม่ที่จะมาสานต่องานของนายเท่าพิภพ เพื่อให้ท่านได้เลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนาพื้นที่ของเราต่อไป
ที่มา – “เท่าพิภพ”ประกาศไม่ลงสนามผู้แทนสมัยหน้า เชื่อคนใหม่สานงานต่อได้ดี


