สถานการณ์ตึงเครียดยังคงคุกรุ่นในตะวันออกกลาง เมื่อนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสคืนศพตัวประกันที่เหลือทั้งหมด พร้อมประกาศกร้าวว่าจะเดินหน้าต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายอย่างไม่ย่อท้อ ท่าทีแข็งกร้าวนี้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มฮามาสอ้างว่าไม่สามารถเข้าถึงศพตัวประกันอีก 19 รายได้
เนทันยาฮูจี้ฮามาส คืนศพตัวประกันให้ครบ ลั่นจะสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 (ตามข่าวต้นฉบับ) นายเนทันยาฮูได้กล่าวในพิธีรำลึกถึงเหยื่อจากการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ว่ารัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญกับการนำศพตัวประกันกลับคืนประเทศให้ครบทุกคน และพร้อมที่จะใช้กำลังเต็มที่ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย
“การต่อสู้กับการก่อการร้ายของเราจะดำเนินต่อไปด้วยกำลังเต็มที่ เราจะไม่อนุญาตให้ความชั่วร้ายได้ผงาดขึ้นมา เราจะให้คนที่ทำร้ายเราต้องชดใช้อย่างเต็มที่” นายเนทันยาฮูกล่าว
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮามาสได้ส่งคืนศพตัวประกัน 2 รายเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธว่าไม่สามารถเข้าถึงศพที่เหลืออีก 19 รายได้หากปราศจากอุปกรณ์พิเศษ ซึ่งการกระทำนี้สร้างความไม่พอใจให้กับอิสราเอลเป็นอย่างมาก โดยมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกาได้ออกมาเตือนกลุ่มฮามาส แต่ยังไม่ได้ประณามว่าเป็นความผิด
ท่าทีของทรัมป์ต่อสถานการณ์
ในวันเดียวกันนั้นเอง โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าหากกลุ่มฮามาสยังคงเข่นฆ่าผู้คนในกาซาต่อไป สหรัฐฯ อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปและสังหาร อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายทรัมป์หมายถึงใครที่จะเข้าไปทำการสังหาร เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเคยปฏิเสธที่จะส่งทหารอเมริกันเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซา
อิสราเอลยืนยันว่าศพ 2 รายที่ฮามาสส่งคืนมานั้นเป็นศพของนายอินบาร์ ฮายแมน และจ่าสิบเอกมูฮัมหมัด อัล-อาตราช ซึ่งเป็นตัวประกันที่ถูกลักพาตัวไปจริง
ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 20 คน แลกเปลี่ยนกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 250 คนในเรือนจำอิสราเอล และผู้ถูกควบคุมตัวไปจากฉนวนกาซาอีก 1,718 คน
นอกจากนี้ กลุ่มฮามาสยังต้องส่งคืนศพตัวประกันที่เสียชีวิตทั้งหมด 28 ราย ตามข้อตกลงหยุดยิงในกาซาระยะที่ 1 จนถึงขณะนี้ พวกเขาได้ส่งคืนศพให้อิสราเอลแล้ว 8 ร่าง แต่ปรากฏว่าหนึ่งในร่างที่ส่งคืนมานั้นไม่ใช่ร่างของตัวประกัน ทำให้เหลือศพตัวประกันที่ฮามาสต้องหามาคืนให้ได้อีก 19 ราย ซึ่งประเด็นเนทันยาฮูจี้ฮามาส คืนศพตัวประกันให้ครบ ลั่นจะสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด
- สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง
- การเจรจาเพื่อสันติภาพยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก
- นานาชาติต่างเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น
การที่เนทันยาฮูจี้ฮามาส คืนศพตัวประกันให้ครบ ลั่นจะสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิสราเอลในการนำตัวประกันกลับคืนมา ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความขัดแย้งที่ยังไม่สิ้นสุด และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต
แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของอิสราเอลในขณะนี้คือการนำศพตัวประกันที่เหลือกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด และการที่เนทันยาฮูจี้ฮามาส คืนศพตัวประกันให้ครบ ลั่นจะสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการแก้ปัญหาดังกล่าว
ที่มา – เนทันยาฮูจี้ฮามาส คืนศพตัวประกันให้ครบ ลั่นจะสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป


